เล่าเรื่อง…ประตูเมืองภูเก็ต

12 Dec

ผู้ที่เดินทางข้ามสะพานเทพกระษัตรีเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตจะสังเกตเห็นไข่ใบสีขาวขนาด 1 คนโอบวางเรียงรายอยู่ตรงข้างทาง ประมาณ 500 เมตรจากสะพานทางขวามือจะเป็นที่ตั้ง ประตูเมืองภูเก็ต

 

(ประตูเมืองภูเก็ต Phuket Gateway ผลงาน อบจ.ภูเก็ต )

 

สิ่งสะดุดตาชิ้นแรก คือ ประติมากรรม บ้านและชีวิต ซึ่งเป็นกระดองเต่าขนาดยักษ์วางคู่อยู่กับไข่ใบขนาดย่อมกว่าแต่สีเดียวกันกับกระดองเต่า รายรอบด้วยไข่สีขาวขนาด 1 คนโอบนับสิบๆฟอง ผลงานของศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐอเมริกาซึ่งต้องการสื่อให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์ชีวิตสัตว์และสิ่งแวดล้อมของทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของความงาม ชีวิต วัฒนธรรมและอาชีพ

 

ศิลปินผู้สร้างบรรยายผลงานเอาไว้ว่า กระดองเต่า ถือเป็นบ้านหลังแรกของเต่าซึ่งหากปราศจากกระดองแล้ว เต่าก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไข่ เป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ความไม่สิ้นสุดและความหวัง มองด้านข้างไข่จะมีรูปทรงเป็นวงรีแต่เมื่อมองด้านหน้าจะมีลักษณะกลมแบบไข่เต่า

 

เส้นสายกับงานศิลป์ที่ผสานกันอย่างลงตัว

 

จุดเด่นของประตูเมืองภูเก็ตจริงๆ คือ เสาที่เรียงรายกันเป็นแถวรวมทั้งสิ้น 29 ต้น เลข2 หมายถึงสองวีรสตรีของเมืองภูเก็ต และเลข9 หมายถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 แห่งราชวงศ์จักรี เสาทุกต้นจะบอกเล่าเรื่องราวสำคัญของภูเก็ต ตั้งแต่อาชีพ ภาษา อาหาร วัฒนธรรม ชนพื้นเมืองฯลฯ

 

ประตูเมืองภูเก็ตทำหน้าที่บอกเล่าผู้มาเยือนเสมือนอาคันตุกะสัมพันธ์ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นห้องรับแขกที่รวบรวมเรื่องราวของจังหวัดได้อย่างครบถ้วน เป็นแหล่งความรู้ที่มีระบบจัดการที่ดีเหมาะสำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษาหรือแม้แต่ครอบครัวที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์ชีวิตในท้องถิ่นที่อยู่อาศัย

 

คุณอโนชา กิ่งทอง เจ้าหน้าที่ประตูเมืองภูเก็ตกับบรรยากาศศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว

 

ภายในศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวที่ตกแต่งอย่างทันสมัย  คุณอโนชา กิ่งทอง หนึ่งในเจ้าหน้าที่ประตูเมืองภูเก็ตชี้แจงว่า ประตูเมืองภูเก็ตแห่งนี้มีทั้งศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ห้องประชุมสัมมนา ห้องสมุดท่องเที่ยว ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและห้องอาหารร้านค้าสามารถรองรับการเข้าชมแบบหมู่คณะ เช่น การทัศนศึกษาของสถาบันต่างๆ โดยจัดแบ่งเป็นฐานกิจกรรมแต่ละฐานเพื่อให้ความรู้กับคณะที่มาเยี่ยมชม

 

ส่วนที่มาเดี่ยวก็สามารถสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ได้ แล้วจึงค่อยเดินไปดูรายละเอียดต่างๆจากเสาแต่ละต้นซึ่งจะมีเนื้อหาเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผมจะลองถามคำถามคุณดูสักข้อ คุณทราบไหมว่าศาลเจ้าใดในจังหวัดภูเก็ตที่เคยเกิดไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง 2ครา จึงสามารถหาที่ตั้งศาลเจ้าได้ลงตัว คุณอโนชาถามพร้อมฉีกยิ้มกว้าง เรากลอกตาไปมาหาตัวช่วย เดาคำตอบไป 2 ศาลเจ้าแล้วยังไม่ถูก เลยขอให้คุณอโนชาเฉลย สำหรับคำเฉลยนั้นขออุบไว้ให้ไปค้นหาเองที่ประตูเมืองภูเก็ตจะดีกว่า

 

 

หลากหลายมุมมองของประตูเมืองภูเก็ต

 

นอกจากเสาแห่งความรู้ (เราตั้งชื่อเอง) ที่เรียงรายอย่างสวยงามลงตัวแล้ว ยังมีสระน้ำพุและระเบียงลมขนาดใหญ่ให้พักผ่อนหย่อนใจ คนที่ชอบถ่ายภาพคงขลุกอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันเพราะสถานที่แห่งนี้บรรจงสร้างและตกแต่งด้วยผลงานทางศิลปะจากศิลปินมีชื่อ อีกทั้งยังมีมุมสวนหย่อมขนาดเล็กและอีกหลายๆมุม ตามแต่สายตาศิลปินจะชื่นชม

 

หากต้องการใช้เวลาว่างวันหยุดให้เกิดประโยชน์ ลองชักชวนกันไปเที่ยวประตูเมืองภูเก็ตเพื่อให้ลูกหลานได้สำรวจบ้านตนเอง ได้ซึมซับเรื่องราว เห็นคุณค่าและเกิดความหวงแหนในการรักษามรดกทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์และสานต่อตำนานเมืองภูเก็ต หากลูกหลานทุกคนร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม เรื่องราวบนเสาทุกต้นที่ประตูเมืองภูเก็ตก็จะเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่แห่งความภาคภูมิใจของชาวสวรรค์เมืองใต้ไปตราบนานเท่านาน

 

(ขอขอบพระคุณ อ.เกียรติศักดิ์ ปิลวาสน์ ผอ.โรงเรียนสตรีภูเก็ต ผู้จุดประกายให้เราพาครอบครัวไปเยี่ยมชมประตูเมืองภูเก็ต)

 

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/ ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

Advertisements

3 Responses to “เล่าเรื่อง…ประตูเมืองภูเก็ต”

  1. sakburoos November 26, 2008 at 11:43 pm #

    น่าสนใจมากครับ

  2. Bam_Belle November 27, 2008 at 10:16 am #

    ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกของเรา

  3. ปากที่บอกไม่ May 2, 2010 at 10:07 pm #

    อยากไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: