Archive | February, 2008

รองเท้าตะปูคู่ใหม่ของ BB/ BB’s new running spikes

27 Feb

Mizuno-Tokyo รองเท้าตะปูสำหรับวิ่งระยะสั้น 100-400 เมตร

สีแด๊งแดง!!!

 

(ต้นเดือนมีนา…รองเท้าวิ่งระยะกลางอีกคู่ก็มาถึง)

Mizuno Tempo รองเท้าตะปูสำหรับวิ่งลู่ระยะกลาง 400-3,000 เมตร

สีฟ้าสดใส!!!

ที่ขันน๊อตตะปูรองเท้ารูปดาว (running spikes wrench)

(ตะปูสำหรับสนามพื้นยางตาตั้น metal spikes for tatan tracks)

(ซ้าย) ตะปูขนาด 5 มม. สำหรับระยะกลาง (ขวา) ตะปูขนาด 8 มม. สำหรับระยะสั้น

(left) 5 mm. spikes for middle distance (right) 8 mm. spikes for sprint

***คลิ้กเพื่อชมภาพรองเท้าตะปูสำหรับวิ่งระยะ 400-1,600 เมตร ตระกูล Mizuno Geo Silencer (Click here)

ท้ายเหมือง มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 3

25 Feb
วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา เราไปร่วมแข่งขันวิ่งฟันรัน ระยะทาง 3.5 กม.ในงานแข่งขันวิ่งท้ายเหมือง มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 3 The 3rd Tai Muang Mini, Half-Marathon, Phang-Nga province จัดโดยเทศบาลตำบลท้ายเหมือง ได้รับความกรุณาเป็นอย่างยิ่งจาก อ.สงบ ไพรสุวรรณ ประธานชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพท้ายเหมืองรวมถึงพี่ป้าน้าอาทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
 
เส้นทางวิ่งฟันรันที่นี่เป็นเส้นทางที่น่าวิ่งมาก ได้ชมหาดท้ายเหมืองขณะวิ่งด้วย คุณตาคุณยายและน้องๆตื่นแต่เช้ามืดมาร่วมวิ่งในงาน ปีนี้เป็นปีที่สองของพวกเรา ผลการแข่งขันในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปีหญิง แบมเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่1 แบลตามมาเป็นที่สอง (เสียดายที่ไม่มีรางวัล overall สำหรับฟันรัน) ขอบคุณครูโต้ง อำนวย บุญตา เป็นอย่างสูงที่วางโปรแกรมฝึกซ้อมให้พวกเราอย่างดีทำให้ไม่เหนื่อยหอบเวลาเข้าเส้นชัย
 
พี่ๆในทีมกรีฑาภูเก็ตที่ไปร่วมงานครั้งนี้ก็คว้าถ้วยรางวัลกลับบ้านไม่น้อยหน้ากัน พี่สิบ ชนะเลิศ 10.5 กม.รุ่นทั่วไป ยังมีพี่แจ๊ค พี่ด๊ะ พี่ตาว พี่มุก พี่ที (จะเอาข้อมูลถ้วยรางวัลมาลงให้เร็วที่สุด) นอกจากรางวัลที่ได้รับแล้ว เราได้เจออดีตนักกรีฑาทีมชาติ อาเปิ้ล สมเกียรติ วินทะชัย ช่วงบ่ายวันเสาร์ด้วย มาเปิดบู้ทขายรองเท้าวิ่งกับรองเท้าตะปูในงาน แบมได้ 2 คู่ทั้งระยะสั้นและกลาง แบลต้องรอเพราะไม่มีไซส์ (ฮึ่มม!) เช้าวันแข่งมาเจอกันอีกครั้งถึงรู้ว่าอาเปิ้ลฝากร้านอาแต๊ว แฟนสาวคนสวยมาลงแข่งฟันรันด้วย นี่สินักวิ่งตัวจริง
 

 

ตัวอย่างถ้วยรางวัลและเหรียญ…ล่อตาล่อใจนักวิ่ง     สองหนุ่มหล่อและบรรดาสาวสวยทีมจัดงานวิ่งท้ายเหมือง

โกโหน่ง…สุราษฎร์ เที่ยวนี้ฉายเดี่ยว เพราะเจ๊นึก ติดภารกิจสำคัญ
 
warm-up                      ได้เวลาปล่อยตัวฟันรัน
 
นายกฯ (คาดผ้าขาวม้า) ทั้งสั่งการทั้งลงมือทำอย่างแข็งขัน อ.สงบ ขยันไม่แพ้กัน
 
(ถ่ายภาพกับท่านรองฯสมคิด)
 
 (อ.สงบ แม้จะยุ่งก็ยังปลีกตัวมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขอบคุณค่ะ)
                                                                                                              

(หวานใจคนสวยของ อ.สงบ)     
                                 
อาเปิ้ล (สมเกียรติ วินทะชัย) อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย
 
ถ้วยรางวัลแห่งความภาคภูมิใจและเหรียญรางวัลที่สวยงามน่าเก็บสะสม
 
แรงบันดาลใจและผู้สนับสนุนเราสองคนมาตั้งแต่เกิด…กราบขอบพระคุณค่ะ
 

มาฆบูชา…อีกหนึ่งวันสำคัญทางพุทธศาสนา

21 Feb
 

วันมาฆบูชา ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง เนื่องจากเป็นวันจาตุรงคสันนิบาต กล่าวคือ เป็นวันที่มีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 อย่าง

 

  1. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน 1,250 รูป เดินทางมาประชุมพร้อมกันที่วัดเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
  2. พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมรวมกันล้วนเป็นพระภิกษุที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงผนวชให้ทั้งสิ้น
  3. พระสงฆ์สาวกเหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
  4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์

 

ทั้งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งถือเป็นหัวใจของพุทธศาสนาให้แก่พระสงฆ์สาวกของพระองค์ ดังนี้

 

  1. การไม่ทำชั่วทั้งปวง (สพฺพปาปสฺส อกรณํ อ่านว่า สับ-พะ-ปา-ปัด-สะ-อะ-กะ-ระ-นัง)
  2. การทำกุศลคือความดีให้พรั่งพร้อม (กุสลสฺสูปสมฺปทา อ่านว่า กุ-สะ-ลัด-สู-ปะ-สำ-ปะ-ทา)
  3. การทำจิตให้ผ่องแผ้ว (สจิตฺตปริโยทปนํ อ่านว่า สะ-จิด-ตะ-ปะ-ริ-โย-ทะ-ปะ-นัง)

 

การไม่ทำชั่วนั้น ก็โดย การละความโลภ โกรธ หลง (โลภจริต โทสจริตและโมหจริต) เมื่อละชั่วได้แล้ว ถ้ายังไม่ทำความดี ชีวิตก็ยังพร่องอยู่ยังมิได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ซึ่งเขาเหล่านั้นได้ทำประโยชน์ให้แก่เรา โดยตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมด้วยหนี้บุญคุณของผู้อื่น มีมารดาบิดาเป็นต้น จึงต้องทำความดีเพื่อใช้หนี้สังคม จริงอยู่ การละความชั่วได้นั้นเป็นความดีอย่างหนึ่ง แต่ชีวิตจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่ทำความดีด้วย

 

ชีวิตคนเรามีดีมาก มีชั่วเพียงเล็กน้อย คนทั้งหลายก็เพ่งมอง และพากันรังเกียจตรงชั่วเล็กน้อย ผ้าขาวทั้งผืนมีจุดดำอยู่นิดเดียวก็มองเห็นเป็นตำหนิและเห็นเด่นชัดมาก ชีวิตของคนก็เหมือนกันยิ่งบริสุทธิ์ผุดผ่องมากเท่าใด หากมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย คนก็ยิ่งมองเห็นได้ง่าย

 

เพราะฉะนั้น การรักษาคุณความดีจึงเป็นของยากอย่างยิ่ง พระอริยเจ้าทั้งหลายจึงพยายามทำความดีชนิดที่ไม่ต้องเป็นภาระกังวลกับการรักษาอีกต่อไป สิ่งที่จะมาทำลายความดีก็คือความชั่ว สิ่งที่จะกำหนดให้ทำความชั่วก็คือกิเลส การทำลายกิเลสจึงเท่ากับทำลายบ่อเกิดของความชั่ว เมื่อกิเลสสิ้นแล้วก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการรักษาความดีอีกต่อไป เป็นการปลดเปลื้องภาระอันยิ่งใหญ่ เป็นความสงบสุขอันยิ่งใหญ่

 

กิเลสเป็นสิ่งเศร้าหมองของจิตใจ จิตผ่องใสอยู่ตามธรรมชาติ เปรียบเหมือนน้ำสะอาด แต่เศร้าหมองเพราะสิ่งปนเปื้อน เมื่อนำสิ่งปนเปื้อนออกแล้วน้ำก็กลับใสสะอาดดังเดิม การทำจิตให้บริสุทธิ์แท้จริงจึงต้องมุ่งไปที่การกำจัดกิเลส สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืม คือ อุดมคติในกำจัดและทำลายกิเลส มนสิการ (ทำในใจ) อยู่เสมอว่า เราเกิดมาเพื่อกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นหรือพัฒนาตนไปสู่ความดีจนถึงที่สุด คือไม่มีความชั่วหลงเหลืออยู่เลย

 

คนไทยโบราณเข้าใจเรื่องนี้ดี เราจะเห็นคำอธิษฐานอันเป็นอุดมคติของท่านปรากฏอยู่ทั่วไปที่สาธารณสถาน โบราณวัตถุที่สร้าง เมื่อท่านรักษาศีลให้ทานก็จะมีคำอธิษฐานอันเป็นอุดมคติว่า

ขอบุญนี้หรือทานนี้ จงเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะ (กิเลส) จงเป็นปัจจัยให้ได้นิพพาน (การดับกิเลส) อิทํ เม ทานํ อาสวกฺขยาวหํ โหตุ นิพพานปจฺจโย โหตุ (อ่านว่า อิ-ทัง-เม-ทา-นัง อา-สะ-วัก-ขะ-ยา-วะ-หัง-โห-ตุ นิบ-พาน-ปัด-จะ-โย-โห-ตุ)  ดังนี้ นอกจากนี้ยังมีใจเผื่อแผ่ถึงสรรพสัตว์ทั่วหน้า ด้วยการอุทิศส่วนกุศลที่ตนทำแล้วให้แก่สัตว์ทั้งหลายทุกหมู่เหล่า ฝึกอัธยาศัยให้เป็นผู้ไม่เห็นแก่ความสุขของตนเพียงผู้เดียว

 

(ข้อความบางส่วนจาก หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา วศิน อินทสระ http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/009641.htm)

 

ในวันมาฆบูชานี้ลูกขอกราบบูชาคุณองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลูกจะขอตั้งมั่นในธรรมและความดี ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ