มาฆบูชา…อีกหนึ่งวันสำคัญทางพุทธศาสนา

21 Feb
 

วันมาฆบูชา ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง เนื่องจากเป็นวันจาตุรงคสันนิบาต กล่าวคือ เป็นวันที่มีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 อย่าง

 

  1. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน 1,250 รูป เดินทางมาประชุมพร้อมกันที่วัดเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
  2. พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมรวมกันล้วนเป็นพระภิกษุที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงผนวชให้ทั้งสิ้น
  3. พระสงฆ์สาวกเหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
  4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์

 

ทั้งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งถือเป็นหัวใจของพุทธศาสนาให้แก่พระสงฆ์สาวกของพระองค์ ดังนี้

 

  1. การไม่ทำชั่วทั้งปวง (สพฺพปาปสฺส อกรณํ อ่านว่า สับ-พะ-ปา-ปัด-สะ-อะ-กะ-ระ-นัง)
  2. การทำกุศลคือความดีให้พรั่งพร้อม (กุสลสฺสูปสมฺปทา อ่านว่า กุ-สะ-ลัด-สู-ปะ-สำ-ปะ-ทา)
  3. การทำจิตให้ผ่องแผ้ว (สจิตฺตปริโยทปนํ อ่านว่า สะ-จิด-ตะ-ปะ-ริ-โย-ทะ-ปะ-นัง)

 

การไม่ทำชั่วนั้น ก็โดย การละความโลภ โกรธ หลง (โลภจริต โทสจริตและโมหจริต) เมื่อละชั่วได้แล้ว ถ้ายังไม่ทำความดี ชีวิตก็ยังพร่องอยู่ยังมิได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ซึ่งเขาเหล่านั้นได้ทำประโยชน์ให้แก่เรา โดยตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมด้วยหนี้บุญคุณของผู้อื่น มีมารดาบิดาเป็นต้น จึงต้องทำความดีเพื่อใช้หนี้สังคม จริงอยู่ การละความชั่วได้นั้นเป็นความดีอย่างหนึ่ง แต่ชีวิตจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่ทำความดีด้วย

 

ชีวิตคนเรามีดีมาก มีชั่วเพียงเล็กน้อย คนทั้งหลายก็เพ่งมอง และพากันรังเกียจตรงชั่วเล็กน้อย ผ้าขาวทั้งผืนมีจุดดำอยู่นิดเดียวก็มองเห็นเป็นตำหนิและเห็นเด่นชัดมาก ชีวิตของคนก็เหมือนกันยิ่งบริสุทธิ์ผุดผ่องมากเท่าใด หากมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย คนก็ยิ่งมองเห็นได้ง่าย

 

เพราะฉะนั้น การรักษาคุณความดีจึงเป็นของยากอย่างยิ่ง พระอริยเจ้าทั้งหลายจึงพยายามทำความดีชนิดที่ไม่ต้องเป็นภาระกังวลกับการรักษาอีกต่อไป สิ่งที่จะมาทำลายความดีก็คือความชั่ว สิ่งที่จะกำหนดให้ทำความชั่วก็คือกิเลส การทำลายกิเลสจึงเท่ากับทำลายบ่อเกิดของความชั่ว เมื่อกิเลสสิ้นแล้วก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการรักษาความดีอีกต่อไป เป็นการปลดเปลื้องภาระอันยิ่งใหญ่ เป็นความสงบสุขอันยิ่งใหญ่

 

กิเลสเป็นสิ่งเศร้าหมองของจิตใจ จิตผ่องใสอยู่ตามธรรมชาติ เปรียบเหมือนน้ำสะอาด แต่เศร้าหมองเพราะสิ่งปนเปื้อน เมื่อนำสิ่งปนเปื้อนออกแล้วน้ำก็กลับใสสะอาดดังเดิม การทำจิตให้บริสุทธิ์แท้จริงจึงต้องมุ่งไปที่การกำจัดกิเลส สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืม คือ อุดมคติในกำจัดและทำลายกิเลส มนสิการ (ทำในใจ) อยู่เสมอว่า เราเกิดมาเพื่อกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นหรือพัฒนาตนไปสู่ความดีจนถึงที่สุด คือไม่มีความชั่วหลงเหลืออยู่เลย

 

คนไทยโบราณเข้าใจเรื่องนี้ดี เราจะเห็นคำอธิษฐานอันเป็นอุดมคติของท่านปรากฏอยู่ทั่วไปที่สาธารณสถาน โบราณวัตถุที่สร้าง เมื่อท่านรักษาศีลให้ทานก็จะมีคำอธิษฐานอันเป็นอุดมคติว่า

ขอบุญนี้หรือทานนี้ จงเป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะ (กิเลส) จงเป็นปัจจัยให้ได้นิพพาน (การดับกิเลส) อิทํ เม ทานํ อาสวกฺขยาวหํ โหตุ นิพพานปจฺจโย โหตุ (อ่านว่า อิ-ทัง-เม-ทา-นัง อา-สะ-วัก-ขะ-ยา-วะ-หัง-โห-ตุ นิบ-พาน-ปัด-จะ-โย-โห-ตุ)  ดังนี้ นอกจากนี้ยังมีใจเผื่อแผ่ถึงสรรพสัตว์ทั่วหน้า ด้วยการอุทิศส่วนกุศลที่ตนทำแล้วให้แก่สัตว์ทั้งหลายทุกหมู่เหล่า ฝึกอัธยาศัยให้เป็นผู้ไม่เห็นแก่ความสุขของตนเพียงผู้เดียว

 

(ข้อความบางส่วนจาก หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา วศิน อินทสระ http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/009641.htm)

 

ในวันมาฆบูชานี้ลูกขอกราบบูชาคุณองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลูกจะขอตั้งมั่นในธรรมและความดี ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: