227 ขั้นสู่ยอดเขานางบวช

1 Apr
 
บ่ายแก่ๆแดดเริ่มอ่อนแรง คณะเราเดินทางถึงวัดเขานางบวช ลานวัดสะอาดสะอ้าน เราแหงนหน้ามองยอดเขานางบวชด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง พวกเรายืนเก้ๆกังๆยับยั้งชั่งใจกันอยู่พักใหญ่จนหลวงพี่เข้ามาชี้แนะทางสว่าง
 
"ไม่ขึ้นไปข้างบนล่ะโยม" หลวงพี่ถาม
"รู้สึกสูงจังเลยค่ะ ต้องขึ้นบันไดทั้งหมดกี่ขั้นคะ" เราตอบแล้วถามกลับ
"227 ขั้น ไม่สูงหรอกโยม คนแก่เขายังขึ้นไปถึงเลย ค่อยๆเดินขึ้นไปมีจุดพักระหว่างทางด้วย" หลวงพี่ให้กำลังใจ
พวกเราหันมามองหน้ากันอีกครั้งหนึ่ง
หลวงพี่ชี้ทางสว่างให้กับคณะเรา "รู้ไหม โยมได้มาถึงที่นี่ก็นับว่ามีบุญอยู่"
เรานึกถึงตอนที่ขับรถหาวัดแห่งนี้ขึ้นมาทันที มองหาป้ายบอกทางไปวัดเขานางบวชอยู่เป็นนานสองนานไม่เจอ ลองสุ่มเลี้ยวดู เลยมาเจอทางเข้าวัดอย่างน่าอัศจรรย์ เราพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยกับที่หลวงพี่พูด
ท่านพูดต่อ " ในเมื่อมีบุญมาจนถึงวัดแล้ว ทำไมไม่ขึ้นไปให้ถึงยอดเขาล่ะโยม จะได้ไปกราบรอยพระพุทธบาทจำลอง ข้างบนโน้นอากาศดี เห็นวิวสวยด้วย"
คำว่า "มีบุญ" ยังคงก้องอยู่ในหู เรานึกถึงแม่และคนอื่นๆที่ไม่ได้มาด้วย ตัดสินใจได้ในวินาทีนั้นว่าจะต้องขึ้นไปกราบรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขานางบวชให้ได้เพื่ออนุโมทนาบุญนี้ให้กับคนที่ไม่ได้มาพร้อมกับเรา
"ลองดูก็ได้ค่ะ ขอบคุณพระอาจารย์นะคะที่ช่วยให้กำลังใจ ช่วยชี้ทางสว่างให้" พวกเราพนมมือไหว้ท่านพร้อมกันเป็นฝักถั่ว
 
สายตาทุกคู่กวาดไล่ตามขั้นบันไดที่ทอดตัวสูงขึ้นไป น้องมุกสาวน้อยอารมณ์ดีวิ่งขึ้นบันไดก่อนใคร ตามด้วยสองสาวฝาแฝดโดยมีสาว(เหลือ)น้อยรั้งท้ายขบวน ส่วนหนุ่ม(เหลือ)น้อยต้องรออยู่ข้างล่างกับพระอาจารย์เพราะอาการเส้นเอ็นพลิกยังไม่หายดี เกมส์สนุกๆของพวกเราระหว่างเส้นทางธรรมสายนี้ คือ การนับขั้นบันได 120…121…ไปเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยเหมือนที่ใจคิดกลัว ไม่นานเราก็ผ่านจุดพักกลางทางพร้อมเก็บภาพขำๆของเจ้าแบล "เจ้าแห่งภาพขำขัน" เป็นที่ระลึก
 
 
เลยศาลาพักกลางทางไประยะหนึ่งมีลานโล่งพื้นที่ไม่มากนักเป็นที่ตั้งของศาลนางอรพิมพ์ ซึ่งเล่ากันว่าเป็นตำนานเขานางบวช เพราะนางและพระสวามีพลัดพรากจากกัน ต่างคนต่างตามหากันและกัน นางได้ขึ้นมาบนยอดเขาแห่งนี้อธิษฐานขอให้ตนกลายเป็นชายแล้วอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ต่อมาท้าวปาจิตต์พระสวามีเดินทางมาถึงที่แห่งเดียวกันตัดสินใจบวชเช่นกันแต่ใจยังคงคิดถึงนางอรพิมพ์ จนพระภิกษุอรพิมพ์จำต้องลาสิกขาบทและอธิษฐานขอคืนร่างเป็นหญิงดังเดิม ท้าวปาจิตต์เมื่อได้พบกับพระมเหสีก็ขอลาสิกขาบทเช่นกัน ก่อนจะกลับไปครองราชย์ก็ได้ตั้งชื่อเขาลูกนี้ว่า "เขานางบวช"
 
 
จากเอกสารประวัติวัดเขานางบวชที่พระอาจารย์ได้กรุณามอบให้นั้น วัดเขานางบวชมีอายุกว่า 300 ปีแล้ว ทุกๆปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีงานเทศกาลประจำปีของวัด ประชาชนจะพากันมากราบสักการะหลวงพ่อพระประทานพรซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณและรอยพระพุทธบาทจำลอง วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตัวเมืองนครนายก จากตัวเมืองไปตามถนนสายสาริกา-นางรอง พอถึงสี่แยกประชาเกษมให้เลี้ยวขวาแล้วขับไปอีก 2 กม.ก็ถึง
 
 
พวกเราได้กราบสักการะหลวงพ่อประทานพรและรอยพระพุทธบาทจำลองสมดังตั้งใจและได้เคาะระฆังทั้งสี่ทิศพร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานอนุโมทนาบุญกุศลให้แก่ญาติสนิทมิตรสหายที่ไม่ได้มาพร้อมกันในวันนี้ ฟ้าดินรับรู้หรือไม่ไม่ทราบได้แต่จู่ๆลมแรงราวพายุก็โหมกระหน่ำมาครู่หนึ่ง ใจของเราตอนนั้นก็นึกกลัวอยู่ว่าจะติดพายุลงไปข้างล่างไม่ได้แต่ด้วยความศรัทธาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเชื่อว่าพระองค์จะปกป้องคุ้มครองคณะเราให้แคล้วคลาดปลอดภัย สุดท้ายลมก็สงบนิ่งพวกเรามุ่งหน้าลงไปเบื้องล่างด้วยใบหน้าที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มที่อิ่มบุญพร้อมกับแวะกราบขอบคุณพระอาจารย์และรับพรจากท่านก่อนอำลาเขานางบวชลูกนี้
 
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: