วัดศรัทธาธรรม…อุโบสถไม้สักทองฝังมุกอันวิจิตร แหล่งผลิตกาละแมรามัญ

8 May

ย้อนไปเมื่อครั้งอดีตกาลสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ชาวมอญราวสิบครอบครัวหนีสงครามกลางเมืองจากพม่ามาพึ่งผืนแผ่นดินภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร
ด้วยความที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปี พ.ศ.2341 จึงได้ร่วมมือร่วมแรงกันสร้างศาลาหลังเล็กๆสองสามหลังตรงบริเวณปากอ่าวหรือปากแม่น้ำแม่กลองเพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีบุญกุศลต่างๆ
 เรียกกันว่า วัดมอญ แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่3-4
รูป ชาวบ้านจึงเดินทางไปอาราธนาหลวงพ่อม่องมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

 

จากนั้นเจ้าอาวาสรุ่นที่สี่ หลวงพ่อชุบหรือพระครูสมุทรคุณวิสุทธิวงศ์
ดำริจะสร้างอุโบสถไม้สักทองฝังมุกทั้งหลังขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแทนดอนหอยหลอด
เพราะเวลาน้ำขึ้นนักท่องเที่ยวจะมองไม่เห็นดอน จึงใช้เวลาสะสมไม้สักทองสิบปี เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้วจึงได้ลงมือสร้างอุโบสถไม้สักทองฝังมุกขึ้นเมื่อปี
พ.ศ.2535 โดยใช้เวลาในการสร้างถึง 4 ปี
เกือบจะได้ทำพิธีเปิดอุโบสถหลวงพ่อชุบท่านก็มรณภาพ

 

นับจากนั้นจวบจนบัดนี้เบื้องหน้าเรา คือ
อุโบสถไม้สักทองฝังมุกอันวิจิตรตระการตาหนึ่งเดียวในสยาม
ลมทะเลพัดผ่านมาปะทะใบหน้าหอบเอากลิ่นอายน้ำเค็มขึ้นมาเตะจมูก เรากวาดสายตามองความประณีตของลวดลายและฝีมือ
4 ตระกูลช่างที่บรรจงสลักลายเทพพนมบนเสาระเบียง
เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นของเปลือกหอยมุกและความมุ่งมั่นผสานกับทักษะทางช่างศิลป์ไทย เป็นที่เล่าขานกันว่าในยามเย็นอุโบสถแห่งนี้จะดูสวยงามยิ่งเมื่อแสงอาทิตย์ยามอัสดงส่องกระทบเปลือกหอยมุก
ลวดลายสลักอันวิจิตรบรรจงเหล่านั้นส่องประกายระยิบระยับ ราวกับว่าศรัทธาแห่งธรรมถูกปลุกให้คืนชีวิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ภายในอุโบสถความงดงามของลวดลายไทยอันอ่อนช้อยที่ถูกสลักลงบนไม้สักทองเนื้อดีถูกขับให้โดดเด่นขึ้นด้วยเปลือกหอยมุกที่ถูกบรรจงแต่งแต้มให้พริ้วไหวล้อไปกับลวดลายเหล่านั้น
พระพุทธชินราชองค์พระประธานในอุโบสถโดดเด่นแผ่รัศมีแห่งความสงบเย็นอยู่เบื้องหน้าผนังฝังมุกที่เป็นเรื่องราวของพระประจำวันเกิด
ภาพจิตรกรรมฝาผนังฝังมุกด้านอื่นๆบอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติส่วนด้านล่างเป็นเรื่องราวจากวรรณกรรมรามเกียรติ์

ชุมชนมอญตำบลบางจะเกร็งแห่งนี้เป็นชุมชนมอญที่เข้มแข็ง
ยังคงอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีมอญเอาไว้ได้จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ถึงแม้ว่าภาษามอญจะจำกัดวงอยู่แต่เพียงในรุ่นผู้เฒ่าผู้แก่
แต่คนไทยเชื้อสายมอญยังคงยึดมั่นประเพณีแห่ธงตะขาบในงานสงกรานต์อย่างไม่เสื่อมคลาย
เนื่องจากคติความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับตะขาบและคนมอญมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ ขนมสำคัญในงานบุญสงกรานต์ที่จะขาดเสียมิได้ คือ กาละแมรามัญ
เป็นความภาคภูมิใจของชุมชนชาวมอญที่นี่เนื่องจากขั้นตอนการกวนแป้งข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำกะทิและน้ำตาลปี๊บให้เข้ากันได้ที่ต้องใช้เวลาถึง
8 ชั่วโมงจึงจะได้กาละแมรามัญที่หอมมันและนุ่มหนึบห่อด้วยกาบหมากเป็นมัดเพื่อดูดซับน้ำมันและเก็บกลิ่นหอมก่อนจะนำมาตัดเป็นแว่นๆ
สมเด็จพระเทพฯทรงเคยทดลองกวนกาละแมรามัญด้วยพระองค์เองมาแล้ว
ยังความปลาบปลื้มใจแก่พสกนิกรชุมชนรามัญแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง ทุกวันนี้ กาละแมรามัญ
กลายเป็นของฝากที่ระลึกจากชุมชนมอญบางจะเกร็งที่กลุ่มแม่บ้านร่วมแรงร่วมใจกันผลิตเพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือโรงเรียนวัดศรัทธาธรรม
ซึ่งหลวงพ่อหลีเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันเป็นผู้จัดหาทุนสร้างกว่ายี่สิบล้านบาท

แรงศรัทธาของชุมชนก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง
และที่ชุมชนมอญบางจะเกร็งแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของแรงศรัทธาที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นเพื่ออนาคตของลูกหลานชาวรามัญภายใต้พระพุทธศาสนาที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ
ทั้งยังเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าศาสนาพุทธยังคงเป็นหลักยึดและที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนอย่างไม่มีวันเสื่อมคลายด้วยศรัทธาแห่งธรรม

เที่ยวสมุทรสงคราม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: