Archive | September, 2009

แข่งวิ่งการกุศล ม.ราชภัฎภูเก็ตมินิมาราธอน

20 Sep
เช้าวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ ภาควิชาการจัดการตลาด มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตได้จัดกิจกรรมการแข่งขันวิ่งการกุศลหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยใช้ชื่อว่า "ม.ราชภัฎภูเก็ต มินิมาราธอน" ณ สวนสาธารณะศรีภูวนาถ ตรงข้ามสถานีอนามัยแหลมชั่น

ธัญนุชและธนัชญา อุปัติศฤงค์ จากโรงเรียนนานาชาติบริทิช ภูเก็ตได้เข้าร่วมแข่งขันวิ่งฟันรัน ระยะทาง 4 กม.รุ่นทั่วไปหญิงได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศตามลำดับจากผุู้ว่าราชการ จ.ภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ โดยมีผู้ช่วยศาตราจารย์นพดล จันระวัง คณบดีคณะวิทยาการจัดการเป็นผู้มอบรางวัล


ธัญนุช อุปัติศฤงค์…ชนะเลิศ วิ่งฟันรัน 4 กม. รุ่นทั่วไปหญิง

ธนัชญา อุปัติศฤงค์…อันดับที่ 2 วิ่งฟันรัน 4 กม. รุ่นทั่วไปหญิง

ผศ.นพดล จันระวัง คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มรภ. ให้เกียรติร่วมถ่ายภาพกับผู้ได้รับรางวัล
(กิตติยา คงใหม่…อันดับที่ 3)

อ.อำนวย บุญตา ครูฝึกชมรมกรีฑาจ.ภูเก็ต ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมแสดงความยินดี

Sunday morning of September20, 2009, the students from the Faculty of Management, Marketing Program, Phuket Rajabhat University held a charity race, "Phuket Rajabhat University Mini-Marathon 2009" to raise money for the university’s poor students at Sriphuvanart Public Park (opposite Laem Chan Health Station), Vichit Sub-district, Muang District, Phuket.


Phuket Governor Wichai Praisa-ngob presided over the starting ceremony of the PRU Charity Race

Tanyanuch and Tanashaya Upatising from BIS joined in 4k Fun Run, Female, Open category and won the 1st and 2nd trophies respectively from Phuket Governor Wichai Praisa-ngob and awarded the prizes by Asst.Prof Noppadol Janrawang, Dean of the Faculty.

medals and trophies

Advertisements

แบมแบลรับประกาศนียบัตรจาก Hanban และ Confucius Institute

16 Sep

Tanyanuch and Tanashaya Upatising have been granted certificates from Hanban and CI

สำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ (Hanban) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการของจีน ได้จัดตั้งสถาบันขงจื๊อ (Confucius Institute) ในประเทศต่างๆทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนและเผยแพร่วัฒนธรรมจีนให้กับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วไป อีกทั้งยังมีการจัดสรรทุนการศึกษาให้กับนักเรียนต่างชาติเพื่อศึกษาหลักสูตรระยะสั้น ระยะยาวตลอดจนหลักสูตรปริญญาทุกระดับชั้น

หลังจากได้รับทุนการศึกษาภาคฤดูร้อนเพื่อศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีนรวมทั้งได้ทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆในเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเวลา 1 เดือน (4 กค.ถึง 1 สค. 52) ด.ญ.ธัญนุช และ ด.ญ.ธนัชญา อุปัติศฤงค์ก็ได้รับมอบประกาศนียบัตรจาก Hanban และ Confucius Institute โดยมี น.ส.นภาพร สงเล็ก เจ้าหน้าที่สถาบันขงจื๊อภูเก็ต เป็นตัวแทนมอบเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา

Hanban is the
executive body of the Chinese Language
Council International, affiliated
to the Ministry of Education of China.
It is committed to make the Chinese
language and culture teaching resources
and services available to the world, to
meet the demands of overseas Chinese
learners. Hanban’s launched the Confucius Institutes around the world to promote Chinese language and cultures and mainly support local Chinese teaching.

After completing one-month summer scholarship in Shanghai (July4-August1, 2009), Tanyanuch and Tanashaya Upatising, students from British International School, Phuket have been presented the certificates from Hanban and Confucius Institute by Miss Napaporn Songlek, an officer of the Confucius Institute Phuket on September11, 2009.

ผลสอบ Cambridge ESOL Examinations 2009

16 Sep
ESOL Examinations (English for Speakers of Other Language) เป็นการจัดสอบเพื่อวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษของผู้พูดภาษาอื่นๆทั่วโลก โดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ประเทศอังกฤษ ซึ่งในประเทศไทยมีศูนย์สอบ 3 แห่ง คือ ศูนย์สอบโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพ (Harrow International School, Bangkok) ศูนย์สอบนอร์มิงตั้น (Normington Examinations Centre) และโรงเรียนนานาชาติ บริทิช ภูเก็ต (British International School, Phuket)

ปีนี้ (14 มีนาคม 2552) แบมแบลได้เข้าสอบ PET เป็นครั้งแรก (Preliminary English Test) หรือ การสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษขั้นต้น  ผลปรากฎว่าสองสาวสอบผ่านพร้อมผลคะแนนยอดเยี่ยม (Pass with Merit)

Tanyanuch Upatising’s PET certificate   
        

Tanashaya Upatising’s PET certificate

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมโดย คลิ้กที่นี่

อร่อยหอมหวานกับบานอฟฟี่พายของพี่นิ่ม

7 Sep
เย็นวันนี้มีขนมหวานกลิ่นอายตะวันตกเป็นของฝากจากพี่นิ่มสาวน้อยไฮเปอร์ประจำครอบครัวเรา ที่สลัดคราบนักศึกษาปริญญาโทมาเข้าครัวทำขนมอบ ฝีมือทำขนมอบของพี่นิ่มไม่เป็นสองรองใคร ก็เพราะเลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพ คราวที่แล้วยังติดใจบลูเบรี่ ชีส พายที่หวานมันด้วยฟิลาเดลเฟีย ครีม ชีสจนแอบเอาไปฝัน (อิอิ)

เที่ยวนี้ได้อร่อยกับความนุ่มลิ้นของฟองครีมข้นมันและความหอมกรุ่นของกล้วยกับช็อกโกแลตและความกรุบกรอบของบิสกิตร่วนๆที่เกาะกันด้วยท็อฟฟี่คาราเมลที่หอมหวานและเหนียวหนึบ ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแคลอรี่ที่บานอฟฟี่พายแอบเอามาฝากถึง 300 กว่าแล้วล่ะก็มีหวังได้ละเลียดเพิ่มอีกสักถ้วยสองถ้วยในมื้อเย็น


Banoffee Pie

ได้ลิ้มรสความหวานมันจากบานอฟฟี่พายจนเกลี้ยงถ้วยแล้ว ก็ต้องแนะนำที่มากันสักหน่อย บานอฟฟี่พาย (Banoffi, Banoffee or Banoffy Pie เขียนได้ทั้ง 3 แบบ) เป็นพายขนมหวานสัญชาติอังกฤษของร้านเดอะ ฮังกรี้ มั้งค์ (The Hungry Monk) ซึ่งมีตัวเอกที่จะขาดไม่ได้ คือ กล้วยหอม นมข้นหวาน วิปครีมและบิสกิต ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 หรือปี พ.ศ.2515 อายุอานามพอๆกับใครบางคนจริงจริ้ง (>_<) ถึงจะแจ้งเกิดมานานแล้วแต่บานอฟฟี่พายก็ยังครองใจผู้ที่โปรดปรานขนมอบมาโดยตลอดเพียงแต่อาจจะมีหน้าตาเปลี่ยนไปตามสไตล์คนทำ แต่รสชาติหวานอร่อยของบานอฟฟี่พายยังไม่เท่าน้ำใจของคนลงมือทำมามอบให้ ขอบคุณมากๆมา ณ ที่นี้สำหรับความนุ่มลิ้นและหอมหวานที่สัมผัสได้ถึงน้ำใจจากพี่นิ่ม

(^___^)

โลบะ…หนึ่งในฑูตวัฒนธรรมอาหารฮกเกี้ยนภูเก็ต

7 Sep

“ผู้มาเยือนภูเก็ตไม่มีทางได้ยินเสียงท้องร้อง” เพราะภูเก็ตเป็นแหล่งรวมอาหารนานาชนิดที่มีบริการกันตั้งแต่ย่ำรุ่งจนดึกดื่นค่ำคืน
ตั้งแต่เซวโบ๋ย(ติ่มซำ) ขนมจีนน้ำยาภูเก็ต ขนมจีนไตปลา หมี่สั่วผัด กระหรี่ไหมฝัน  โอวต๊าว(หอยทอดภูเก็ต)ฯลฯ และหนึ่งในนั้นยังมี “โลบะ”
อาหารว่างยามบ่ายที่หนักท้องเอาการและอุดมไปด้วยไขมัน

คำว่า "โล" มาจากพะโล้ "บะ" มาจากทอด เป็นการนำทุกส่วนของหมู
ทั้งเนื้อหมู เครื่องในหมูและหัวหมูมาต้มพะโล้ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ
ก่อนรับประทานจะนำส่วนของหมูพะโล้ที่ต้องการทานมาหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำแล้วจึงนำไปทอดในน้ำมันอีกทีหนึ่งโดยให้น้ำมันท่วมเนื้อ
จากนั้นจึงตักขึ้นมาวางพักไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานคู่กับแตงกวาฝานเป็นแว่นบางๆและน้ำจิ้มโลบะ
ซึ่งทำมาจากมะขามเปียกเคี่ยวกับน้ำตาลทราย โรยด้วยพริกป่นและถั่วลิสงคั่วบดหยาบช่วยชูรสแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี


โลบะ

บางคนไม่ชอบทานของทอดก็ไม่จำเป็นต้องเอาลงไปทอดในน้ำมัน
สามารถรับประทานคู่กับน้ำจิ้มโลบะได้เลย นอกจากส่วนต่างๆของหมูแล้ว ยังมีเต้าหู้ทอด
เกี้ยนทอด(เนื้อหมูปรุงรสห่อด้วยฟองเต้าหู้ขนาดเท่ามวนซิก้าร์แล้วนำมาทอดให้เหลืองกรอบ)รับประทานคู่กับน้ำจิ้มโลบะได้อร่อยอย่างลงตัว

ร้านโลบะที่ขึ้นชื่อในภูเก็ตมีอยู่ 5 แห่ง คือ
1.ร้านเบ่งสองโลบะ (ถนนพูนผล) ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่สุด 2.ร้านโลบะตรงข้ามศาลเจ้าแม่ย่านาง (ถนนกระบี่) ซึ่งเป็นเจ้าใหม่ที่มาขายแทนเจ้าเดิมซึ่งเป็นอาซิ้มแก่ๆและเลิกขายไปนานแล้ว 
3.ร้านโลบะบางเหนียว (ถนนแม่หลวน ตรงข้ามร้านเกียรติสินธุ์ ย้ายมาจากร้านเดิมซึ่งตั้งอยู่ที่บางเหนียว ทางไปสะพานหิน) ร้านโลบะที่ขายอยู่ตรงทางไปสะพานหินตอนนี้จึงไม่ใช่โลบะบางเหนียวเจ้าเดิม 4.ร้านโลบะเฉลิมตัน (ถนนเยาวราช)
ซึ่งแต่ก่อนเป็นที่ตั้งโรงภาพยนตร์เฉลิมตัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสยาม
และเรียกกันติดปากว่า โลบะสยามและ5.ร้านโลบะใต้ต้นฉำฉา (ต้นจามจุรี) ซอยพัฒนา เป็นร้านพี่น้องกันกับร้านโลบะสยามนั่นเอง

ถึงแม้ว่าอาหารจานนี้จะอุดมไปด้วยไขมันและคอเลสเตอรอล แต่”โลบะ”ก็ไม่เคยหายหน้าไปจากโต๊ะอาหารของชาวภูเก็ตและผู้มาเยือน
เพราะนอกเหนือจากน้ำมันที่ฉ่ำอยู่ในเนื้อและกลิ่นพะโล้ที่หอมติดจมูกแล้ว “โลบะ”ยังเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมฮกเกี้ยนที่ยังคงทำหน้าที่เล่าเรื่องตำนานอาหารเมืองภูเก็ตได้อย่างไม่น้อยหน้าเมนูจานใด

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1836.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ภูเก็ตโรจั๊ก…ที่รู้จักในชื่อ…เกลือเคยเลือดหมู

7 Sep

อาหารทานเล่นอีกจานหนึ่งของชาวภูเก็ตที่เป็นลูกครึ่งสัญชาติมลายู-จีนเนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากปีนัง
ก็คือ โรจั๊ก
(Rojak) ซึ่งหมายถึง การผสมกัน รวมกัน เรียกให้ง่ายว่า
รวมมิตร
ฉันคุ้นหน้าคุ้นตาโรจั๊กเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เพราะคุณแม่มักจะเคี่ยวเกลือเคยอยู่บ่อยๆ พออากงอาม่านึกอยากทานโรจั๊กเมื่อไหร่คุณแม่ก็จัดการหั่นเครื่องเคียงคลุกเคล้ากับเกลือเคยทันที

ฉันไม่ชอบเลือดหมูเลยคิดค้นโรจั๊กสูตรของฉันเองโดยนำสับปะรด ชมพู่ แอ๊ปเปิ้ลและฝรั่งมาคลุกเคล้ากับน้ำเกลือเคย อร่อยในแบบฉบับโรจั๊กของฉัน เดี๋ยวนี้หาโรจั๊กภูเก็ตทานยาก เท่าที่เห็นยังคงมีวางขายอยู่ที่ใต้ต้นฉำฉา (ต้นจามจุรี) ซึ่งเป็นแหล่งขายอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต
ตั้งอยู่ที่ปากซอยพัฒนาเท่านั้น

ภูเก็ตโรจั๊ก (เกลือเคยเลือดหมู)

ภูเก็ตโรจั๊ก (เกลือเคยเลือดหมู)
ประกอบด้วย สับปะรดภูเก็ต แตงกวาและเลือดหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆขนาดพอดีคำ
รับประทานคู่กับเกลือเคยภูเก็ต (กะปิหวาน) เวลารับประทานจะราดน้ำเกลือเคยภูเก็ตลงบนส่วนผสมทั้งหมดแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
น้ำเกลือเคยที่ราดโรจั๊กมีลักษณะข้นหนืดสีน้ำตาลคล้ำหอมกลิ่นเคย รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมและมีรสเผ็ด

โรจั๊กปีนังต้นตำรับประกอบด้วยแตงกวา
สับปะรด มะม่วง ชมพู่ ปลาหมึกแห้ง หัวผักกาด ถั่วงอก เต้าหู้พวง(เต้าหู้หั่นเป็นชิ้นแล้วทอด
ร้อยเชือกขายเป็นพวง)และยูเตี๋ยว(ปาท่องโก๋ คนภูเก็ตเรียก เจี๊ยะโก้ย)
คลุกเคล้าด้วยเกลือเคยปีนัง (ทำจากน้ำตาลทราย พริก น้ำมะนาวและกะปิปีนัง)และโรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วบดหยาบๆ

แค่เหลือบตามองหลายคนอาจไม่กล้าลองลิ้ม
แต่หากได้ชิมบางคนอาจถึงกับติดใจ โรจั๊กเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในมาเลเซีย (
ปีนังโรจั๊กขึ้นชื่อไม่แพ้บินตางอโรจั๊ก)
สิงคโปร์และอินโดนีเซีย แต่ละที่ก็มีส่วนผสมต่างกันออกไปแต่ทุกแห่งต้องคลุกเคล้าด้วยกะปิหวานทั้งสิ้น

รวมมิตรจานนี้เป็นอาหารที่ต้องทานกันหลายๆคนถึงจะอร่อยได้อรรถรส
และเรียกได้ว่าได้ทาน
ภูเก็ตโรจั๊ก (เกลือเคยภูเก็ต)แล้วจริงๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1834.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ