หนาวแต่อบอุ่นที่หาดชะอำ

31 Jan

"ชะอำ" เป็นนามของชายหาดขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี
สันนิษฐานกันว่าแต่เดิมชะอำมีชื่อเรียกขานว่า "ชะอาน"
เนื่องจากเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงนำทัพลงมาทางใต้ ได้แวะพักไพร่พล ช้าง ม้าและชะล้างอานม้าแถบนี้ จึงได้เรียกชื่อว่า "ชะอาน" ต่อมาเพี้ยนเป็น "ชะอำ"

ชะอำในอดีตมีความเจริญด้านการท่องเที่ยวนับแต่มีเส้นทางคมนาคมทางรถไฟเมื่อปี พ.ศ.2549 แต่เดิมเป็นเพียงตำบลในเขตการปกครองของอำเภอนายาง เมื่ออำเภอนายางเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอหนองจอกสมัยสงครามเอเชียบูรพา กระทรวงมหาดไทยได้ย้ายอำเภอหนองจอกมาตั้งที่ตำบลชะอำ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอำเภอชะอำมาถึงปัจจุบัน ทำให้ตำบลชะอำอยู่ในเขตอำเภอชะอำตั้งแต่ปี พ.ศ.2487 เป็นต้นมา ปัจจุบันนี้ตำบลชะอำอยู่ในเขตการปกครองของเทศบาลตำบลชะอำ

ชะอำเริ่มเป็นที่รู้จักสืบเนื่องมาจากการนิยมมาพักผ่อนที่หัวหินซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากในอดีต แต่เมื่อที่ดินแถบชายทะเลที่หัวหินถูกจับจองจนหมด เจ้านายชั้นผู้ใหญ่สมัยนั้นจึงพยายามหาสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ โดยการนำของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ได้พบว่าหาดชะอำเป็นชายหาดที่สวยงามไม่แพ้หัวหิน "ชะอำ"จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอันดับต้นๆนับแต่นั้นมา


ชะอำในวันนี้เต็มพรึ่บด้วยร่มชายหาด
หาดทรายที่เต็มไปด้วยผู้คนและร่มชายหาด

จวบจนวันนี้ชะอำยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายวัย รถบัสขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสีสันและลวดลายแปลกตาจอดเรียงกันเป็นทิวแถวแข่งกับแนวสน ร่มชายหาดบานพรึ่บเบียดกันแน่นจนไม่มีที่ว่างให้ผู้คนบนท้องถนนชื่นชมวิวทะเล ยังไม่รวมเก้าอี้ชายหาดอีกนับร้อยนับพันตัวที่นอนรอแขกมาเอนหลังชมวิว ท้องถนนก็เต็มไปด้วยรถราขวักไขว่และจักรยานสามัคคีที่ต้องร่วมใจกันปั่นมีตั้งแต่สองตอนไปจนถึงสี่ตอน จากการสำรวจด้วยสายตากว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวที่นี่เป็นเด็กไทยวัยละอ่อนจนถึงวัยรุ่นปลายๆ หาดชะอำมีแต่ความคึกคักจนสายลมหนาวกลายเป็นไออุ่นระอุจากผู้คน


รถวิ่งขวักไขว่บนถนนรวมทั้งจักรยานสามัคคี

ชีวิตริมหาดชะอำ

พวกเราเดินชมชายหาดชะอำครู่หนึ่งก็ต้องโบกมืออำลา ฉันหวนคิดถึงหาดทรายสีทองและท้องทะเลสีครามแห่งผืนน้ำอันดามันที่จากมา ถึงแม้ว่าชายหาดชะอำจะเนื่องแน่นไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวที่ต้องการมาหาความสำราญใจ ผ่อนคลายอิริยาบถจนแทบจะไม่มีพื้นที่ว่าง แต่ถึงกระนั้นชะอำก็ยังคงทำหน้าที่เป็นสถานที่พักตากอากาศสำหรับชนทุกชั้นทุกเพศทุกวัย เรายังคงเบียดแทรกความแออัดเข้าไปสูดลมทะเลและเดินเล่นบนผืนทรายได้เต็มที่ ต่างกับหาดทรายสวยๆแถบท้องทะเลอันดามันที่นับวันจะหลงเหลือพื้นที่สำหรับคนท้องถิ่นน้อยลงๆ คงมีแต่เพียงอาณาบริเวณส่วนบุคคลหรือเฉพาะแขกโรงแรมเท่านั้นที่จะสามารถชื่นชมทิวทัศน์สวยงามของท้องทะเลไทยได้ บางครั้งหากเราหลงระเริงกับรายได้จากการท่องเที่ยวจนลืมนึกถึงสิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ของผู้คนในชุมชนตัวเอง อีกไม่นานเราคงไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้เป็นความภาคภูมิใจและคงไม่เหลือใครที่จะคอยหวงแหนมรดกแห่งแผ่นดินแม่ผืนนี้

***อ่านเรื่องราว บันทึกกลางสายลมหนาว เล่าเรื่องเมืองเพชรบุรี (คลิ้กจากหัวข้อด้านล่าง)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: