Archive | February, 2010

ขี่ม้าเลาะทิวสนที่หาดชะอำ

27 Feb

เบื้องหน้าวัดเนรัญชราราม คือ ชายหาดชะอำที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ต้นสนขึ้นเรียงรายเป็นทิวแถว สายลมเอื่อยๆพัดมาเป็นระยะ เรามองดูลำต้นใหญ่มั่นคงของต้นสนที่ยืนต้นทักทายกับสายลมแผ่วๆที่พัดผ่านมาทักทาย กิ่งสนโอนเอนไปตามแรงลมอย่างไม่ถือสากับการหยอกเย้าของสายลมที่บางครั้งก็อหังการ์พัดกระหน่ำแถมชักชวนฟ้าฝนให้โกรธขึ้งบึ้งตึงตามไปด้วย ไม่ว่าในยามที่ฝนฟ้าคะนองหรือสายลมพัดกระหน่ำ ต้นสนเหล่านี้ยังคงหยัดยืนอยู่อย่างมั่นคง มีเพียงกิ่งใบที่ไหวเอนลู่ไปตามแรงลม ชีวิตคนเราก็เฉกเช่นเดียวกัน หากรู้จักโอนอ่อนผ่อนปรนกับพายุแห่งชีวิตเราก็จะสามารถก้าวข้ามวิกฤตไปได้



ฉันกำลังเพลินกับการชมสนลู่ลมจนกระทั่งเสียงของสองสาวปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ลูกลิงแสนซนของฉันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่เห็นม้าคู่หนึ่งยืนกินหญ้าอยู่ใต้ร่มเงาสน หนุ่มน้อย 2 คนผิวคล้ำแดดยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ รอแขกเรียกใช้บริการ พวกเราจึงมุ่งตรงไปยังม้าคู่นั้น 


"โพธิ์น้อย"เป็นชื่อเรียกของม้าลูกผสมไทย-เทศ สีน้ำตาลเกือบดำเป็นมันขลับ มีแต้มสีขาวอยู่กลางหน้าผาก รูปร่างดีสมกับเป็นม้าลูกผสม พ่อม้าวัยละอ่อนยิ้มกว้างโชว์ฟันหมดทั้งแผง

ส่วนแบมเลือก "สังข์ทอง" ม้าหนุ่มใหญ่สายเลือดไทยแท้ รูปร่างเล็กกว่า"โพธิ์น้อย" ขนสีน้ำตาลแต้มขาวหางเป็นสีขาวเห็นแล้วชวนนึกถึงคันชักไวโอลิน

สองสาวน้อยทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่สี่ขาก่อนจะขึ้นขี่ จากนั้นก็ก้าวไปยืนอยู่ข้างๆไหล่ม้า ใช้มือซ้ายถือสายบังเหียนแล้ววางมือบนแผงหลังคอม้า ก่อนที่จะสอดเท้าซ้ายเข้าไปในโกลนแล้วเอื้อมมือขวาออกไปให้สุดเพื่อจับขอบอานม้าแล้วยกขาขวากวาดข้ามหลังม้าขึ้นไปนั่งในจุดที่กระชับกับอานที่สุด สองสาวนั่งหลังตรง ชูศีรษะตั้งตรง ตามองไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างกุมสายบังเหียนหนีบไว้ติดกับลำตัวเหนือแผงคอม้า

แบลดึงสายบังเหียนจนตึงครู่หนึ่งจึงผ่อนแล้วโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยพร้อมกับหนีบขาทั้งสองข้างลงไปที่ลำตัวม้าเพื่อสั่งให้ม้าออกเดินไปข้างหน้าแบลขี่ม้าออกนำ แบมตามหลัง ทั้งสองสาวค่อยๆเลาะทิวสนหลบแดดจ้ายามสายริมชายหาดชะอำอันเงียบสงบโดยมีเด็กจูงม้ายืนสังเกตุการณ์อยู่ใกล้ๆฉันเห็นสองสาวดึงสายบังเหียนด้านขวา ผ่อนสายด้านซ้ายลงและใช้เท้าซ้ายหนีบลงไปที่ลำตัวม้า เพื่อนสี่ขารับคำสั่งเลี้ยวขวาตามใจผู้กุมบังเหียนอย่างว่าง่าย รอยเท้าเล็กๆค่อยๆผุดพรายอยู่บนผืนทรายเป็นแนวขนานไปกับทิวสน เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดพรายอยู่บนใบหน้าสองสาวฝาแฝดหากแต่แววตาของพวกเธอช่างสดใสและตื่นเต้น รอยยิ้มฉาบอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา

ทันใดนั้นอาชาที่เคยดูนอบน้อมกลับส่งเสียงร้องทำลายความเงียบสงบไปจนสิ้น ฉันตกใจหน้าถอดสีพอๆกับคนบนหลังม้า เด็กหนุ่มสองคนขยับตัวเข้าประชิดม้าและบอกให้พวกเราเข้าใจว่านั่นคือเสียงทักทายม้าอีกตัว ชั่วอึดใจอาชาสายพันธุ์เทศเต็มตัว รูปร่างสูงใหญ่ สง่างามก็ควบเท้ามาจากหาดทรายอีกฝั่งหนึ่งจนฝุ่นทรายฟุ้งตลบ ก่อนที่จะมายกขาหน้าขึ้นสูงทั้งสองข้างแล้วหยุดยืนอย่างสง่างามตรงหน้าพวกเรา น่าเสียดายจังที่ฉันมัวแต่ตกอกตกใจจนลืมเก็บภาพเหล่านั้นเอาไว้

เราพูดคุยกันอยู่พักใหญ่เกี่ยวกับม้าและหนุ่มน้อยจูงม้าที่มาหารายได้พิเศษในวันหยุดเรียน ก่อนจะกล่าวคำอำลาเพื่อนใหม่ทั้งคนทั้งม้าและโบกมือลาทิวสนที่กำลังโบกกิ่งไหวเอนแทนคำกล่าวลาผู้มาเยือน

***อ่านเรื่องราว บันทึกกลางสายลมหนาว เล่าเรื่องเมืองเพชรบุรี (คลิ้กจากหัวข้อด้านล่าง)

Advertisements

รองเท้าตะปูมิซูโน่ ปี 2010 Mizuno Geo-Silencer 2010

22 Feb
รองเท้าตะปู
Mizuno Geo Silencer คู่ใหม่มาถึงแล้วพอๆกับที่คู่เก่าได้เวลาปลดระวาง
สีสันถูกใจขาวมุกคาดแถบน้ำเงิน เป็นรองเท้าตะปูสำหรับวิ่งระยะ 400-1,600
เมตร ปรับโฉมเล็กๆน้อยๆแต่ยังคงให้ความรู้สึกเบาสบาย
กระชับรูปเท้าเหมือนเดิม



คลิ้กชมภาพรองเท้า
Mizuno Geo Silencer 2008(สีฟ้า)
คลิ้กชมภาพรองเท้า Mizuno Geo Silencer 2009 (สีแดง)

คลิ้กชมภาพรองเท้า Mizuno Tokyo/ Mizuno Tempo

รองเท้าวิ่ง Nike 2010

22 Feb
เนื้อที่นี้ไม่ใช่เพื่อการโฆษณา แต่เป็นการบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้ใช้รองเท้า Nike มาโดยตลอดเพราะโอบกระชับกับรูปเท้าของแบมแบลและสมาชิกในครอบครัว

เที่ยวนี้แบมแบลลองเปลี่ยนมาใช้ Nike, Bowerman Series คนละแบบดูบ้าง ที่เลือกใช้ Bowerman Series ก็เพราะหลักการ 3 ประการสำหรับการผลิตรองเท้ารุ่นนี้ คือ เบา-รับรูปเท้า-นำไปถึงจุดหมาย ใช้ใส่ทั้งซ้อมในลู่ยางสังเคราะห์และแข่งขันบนท้องถนนในสนามฟันรัน ใครที่ใช้งานสมบุกสมบันก็ต้องเปลี่ยนรองเท้าบ่อยขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหารองเท้าวิ่งสักคู่ก็ให้เลือกที่สวมสบายเหมาะกับรูปเท้า อย่าคำนึงถึงแฟชั่นมากนัก แค่นี้คุณก็พร้อมจะไปวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว ไปวิ่งกันเถอะค่ะ!!!

Nike Zoom Equalon+4 (สีฟ้า)
Nike Zoom Structure (ตัดขอบสีแดง)