ชมลำแสงสีทอง ส่องศรัทธาแห่งธรรม ที่วัดถ้ำเขาหลวง

30 May
แดดบ่ายยังคงสาดแสงจ้านำทางเราไปยังวัดถ้ำเขาหลวง พุทธสถานที่มีเรื่องราวความเป็นมาน่าสนใจ ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดเล็กซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "เขาหลวง" มีความสูงจนถึงยอดเพียง 92 เมตร เราจอดรถไว้ตรงลานกว้างที่มีฝูงลิงมาห้อมล้อมรออาหาร คนนำทางกำชับให้เราเช่าตุ๊กตาจระเข้มาวางบนหลังคารถกันไม่ให้ลิงป่ายปีน "ตุ๊กตาจระเข้นี่นะ พี่" เราถามย้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง หนุ่มคนเดิมพยักหน้าหงึกๆเป็นเชิงยืนยันแถมยังชี้นิ้วให้ดูรถคันก่อนๆหน้าที่มีจระเข้ยามนอนเกาะแน่นิ่งบนหลังคารถแต่แอบแยกเขี้ยวยิงฟันข่มขวัญขบวนการจ๋อ

ถึงจะเป็นรถเช่าเราก็ไม่อยากให้เป็นรอย

จากนั้นพวกเราเดินเลาะไปตามบันไดคอนกรีตที่พาดขึ้นเนินก่อนจะลาดลงสู่ปากถ้ำเบื้องหน้า ฉันรู้สึกได้ในทันทีถึงความสงบเย็นที่ปะทะผิวเมื่อขบวนของเรามาถึงปากถ้ำ ภายในถ้ำดูคล้ายห้องโถงขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 3 คูหา คูหาแรกเป็นที่ประดิษฐานพระประธานและรอยพระพุทธบาทจำลอง
คูหาที่สองและสามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆจำนวนมากและหลากหลายขนาด มีแสงสว่างจากภายนอกส่องผ่านช่องเพดานถ้ำลงมา ทำให้อากาศภายในเย็นสบาย ไม่อับชื้นเหมือนถ้ำทั่วๆไป


บันไดสู่ถ้ำเขาหลวง

แบมแบลหน้าปากทางลงถ้ำ

แสงส่องตรงรอยพระพุทธบาทจำลอง

บรรยากาศภายในถ้ำเขาหลวง

ด้วยบรรยากาศที่สงบเย็นและวิเวกเช่นนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พระบาทสมเด็จฯพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่4) ขณะทรงผนวชจะเสด็จประพาสมาจำพรรษา ณ วัดถ้ำเขาหลวงแห่งนี้ อีกทั้งได้ทรงโปรดเกล้าฯให้บูรณะพระพุทธรูปต่างๆและสร้างพระพุทธรูปปางปรินิพพานประดิษฐานภายในวัดถ้ำเขาหลวงเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงการเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ณ เมืองกุสินารา ในวันเพ็ญเดือนหก (วันวิสาขบูชา) ซึ่งปางปรินิพพานมีพุทธลักษณ์บรรทม(นอน) ตะแคงขวา พระเศียร(ศีรษะ)หนุนอยู่บนพระเขนย(หมอน) พระหัตถ์(มือ)ซ้ายทอดยาวไป ตามพระวรกาย พระหัตถ์ขวาวางหงายหนุนพระเขนย พระบาท(เท้า)ซ้ายซ้อนอยู่บนพระบาทขวา พุทธลักษณ์จะใกล้เคียงกับปางพุทธไสยาสน์ จะต่างกันก็เพียงปางพุทธไสยาสน์นั้นพระหัตถ์ขวาทรงชันพระเศียรตั้งขึ้น


พระพุทธรูปปางปรินิพพาน


ขอบคุณช่างภาพชาวเพชรบุรี
เจ้าของ
ภาพถ่ายที่ถ่ายทอดความงามของวัดถ้ำเขาหลวง

วิทยากรในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งเมื่อเวลาฝนตก น้ำฝนที่ตกลงถึงพื้นถ้ำเบื้องล่างจะไม่เคยท่วมพื้นถ้ำหากแต่จะกำจัดวงอยู่เพียงบริเวณพื้น ที่อยู่ตรงใต้ช่องเพดานถ้ำเท่านั้น เมื่อฝนหยุดตกสักครู่หนึ่งน้ำก็จะค่อยๆเหือดแห้งไปเอง ดูเหมือนว่าธรรมชาติจะคอยจัดแจงแต่งแต้มดูแลรักษาบริเวณถ้ำเขาหลวงให้คงสภาพข้ามกาลเวลา ลำแสงสีทองที่สาดส่องเข้ามาในตัวถ้ำไปทางองค์พระปฎิมานั้นดูราวกับศรัทธาแห่งธรรมอันแรงกล้าของเหล่าพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา ไม่ว่าวันคืนจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปอีกสักเท่าไหร่ ศรัทธาแห่งธรรมจะยังคงส่องนำจิตใจไม่เว้นวาย

***อ่านเรื่องราว บันทึกกลางสายลมหนาว เล่าเรื่องเมืองเพชรบุรี (คลิ้กจากหัวข้อด้านล่าง)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: