มองเมียง เชียงคาน (ไปแล้ว รัก”เลย”)

30 May
ย่างเข้าเดือนมีนาคมลมร้อนก็เริ่มระรานไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
ถึงแม้ร้อนกายหากแต่เย็นใจเราย่อมแสวงหาความสุขได้เสมอ ปีนี้ลมร้อนหอบเราไปไกลถึงภาคเหนือตอนล่างที่ตั้งของ จ.เพชรบูรณ์ ดินแดนที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 114 เมตร หากเป็นช่วงหน้าหนาวแดนดินถิ่นนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนต่างถิ่นที่หลั่งไหลมาท้าทายสายลมหนาวบนยอดเขา



แต่ช้าก่อนการแข่งขันกรีฑาในการแข่งขันกีฬาเยาวชนครั้งที่ 26 "มะขามหวานเกมส์" ยังไม่เริ่มขึ้น เราจึงตกลงกันว่าจะไปลองมองเมียงเชียงคาน สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ ใครๆต่างพากันพูดถึงเสน่ห์เรียบง่ายในแบบฉบับเชียงคาน  วิถีชีวิตชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงสุดเขตแดนไทย ใช่แล้ว เรากำลังเดินทางไปเลย จังหวัดในเขตอีสานเหนือ แหล่งท่องเที่ยวในฝันของใครหลายคน




เคยได้ยินคำพูดว่า "ช้างเผือกอยู่ในป่า"ไหม เรากำลังดั้นด้นไต่ระดับความสูงลัดเลาะไหล่เขาโค้งแล้วโค้งเล่า ดีที่บรรยากาศข้างทางเพลิดเพลินเจริญตาจึงช่วยผ่อนคลายความวิงเวียนไปได้โข จนในที่สุดเราก็พบกับช้างเผือกในป่า "เชียงคาน" เมืองโบราณที่โดนใจคนสมัยใหม่ เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบ 100 ปีไปเมื่อ 4-6 ธันวาคม 2552 เปรียบเหมือนคุณทวดที่ยังคงความงามในแบบฉบับของตัวเอง มีมุมมองชีวิตที่คนรุ่นใหม่อยากเก็บเกี่ยวข้อมูลเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต มีความงดงามทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

ถนนที่นี่เป็นถนนเส้นเล็กๆ ผู้คนใช้จักรยานเป็นพาหนะ เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิต บ้านเรือนสองฟากถนนเป็นบ้านไม้เก่าๆ ประตูบ้านเป็นบานเฟี้ยมเปิดออกได้กว้างเท่ากับความกว้างของหน้าบ้าน กว้างราวกับจิตใจของชาวชุมชนที่พร้อมจะเปิดมอบไมตรีให้กับผู้มาเยือน เพียงแรกพบก็ตกหลุมรัก "เชียงคาน" เสียแล้ว






บ้านไม้เก่ากับบานเฟี้ยมเอกลักษณ์เชียงคาน

ในอดีตเชียงคานเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศลาว พระเจ้ากรุงธนบุรีได้ยกทัพไปตีเวียงจันทน์และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาประดิษฐานยังกรุงธนบุรี อีกทั้งยังกวาดต้อนผู้คนมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ต่อมาไทยได้เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส คนไทยจึงได้อพยพมาอยู่ที่อำเภอเชียงคานปัจจุบันนับแต่นั้นมา วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่คล้ายคลึงและผูกพันกับลาวซึ่งถือเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ยามเช้าชาวเมืองเชียงคานต้อนรับวันใหม่ด้วยการใส่บาตรข้าวเหนียวซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานับร้อยปี



ริมฝั่งลำน้ำโขง

เรามาถึงเชียงคานตอนบ่ายคล้อย ท้องน้อยๆก็เริ่มร้องระงม ตอนแรกจะแวะร้าน "เฮือนหลวงพระบาง" แต่ไม่มีที่จอดรถเลยตัดสินใจจอดป้ายที่ร้าน "ระเบียงริมโขง" ที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน บรรยากาศร้านริมน้ำช่วยคลายความร้อนระอุยามบ่ายลงได้เยอะ ร้านนี้เจ้าของร้านลงมือปรุงเองโดยใช้ปลาสดๆจากแม่น้ำโขง อาหารที่สั่งรสชาติถูกปากทุกจาน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ลิ้มลองอาหารรสจัดของที่นี่เพราะกลัวสองสาวนักวิ่งจะไม่สบายท้อง เหตุเนื่องจากครั้งนี้มาแข่งในฐานะตัวแทนจังหวัด เราจึงจำต้องตัดรายการชวนชิมริมทางออกไป

ร้าน "ระเบียงริมโขง"
จานเด็ด คือ เมนูปลาคัง

"ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว" อาหารพื้นเมืองเชียงคานก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่เราพลาดชิมด้วยเวลาที่ไม่อำนวยเพราะต้องขับกลับไปเพชรบูรณ์เพื่อให้สองสาวได้ซ้อมวิ่งกับทีมในช่วงเย็น ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว เป็นภาษาอีสานหมายถึง ขนมจีนน้ำใส สูตรเด็ดจากลาว ต่างจากขนมจีนน้ำยาตรงที่ใช้เครื่องในหมูต้มสุกรับประทานกับน้ำซุปใส รสชาติจัดจ้านแตกต่างกันไปตามสูตรเด็ดของแต่ละร้าน เล่าได้อย่างกับชิมเองเพราะสาวน้อยเชียงคานเจ้าของร้านขายเสื้อยืดสาธยายให้ฟังจนน้ำลายสอ  โอกาสหน้าหากได้มาเยือนเชียงคาน รับรองจะไม่ยอมพลาดชิม "ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว"  ครั้งนี้เพียงได้แค่มามองเมียงเมืองเชียงคาน ก็หลงเสน่ห์เข้าอย่างจัง หากมีโอกาสจะต้องกลับมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้ครบ ณ วินาทีนี้ฉันบอกได้เพียงว่า ไปแล้ว รัก"เลย"


ถ่ายภาพเคียงกันที่เชียงคาน

***อ่านเรื่องราว บันทึกรับลมร้อน ตะลอนเที่ยวเพชรบูรณ์-เลย
(คลิ้กจากหัวข้อด้านล่าง)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: