Archive | All about Phuket RSS feed for this section

อิ่มเจ อิ่มบุญ

23 Oct

มุมมองทางด้านโภชนาการของการกินเจ (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้)

1.      
กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
โดยหมวดโปรตีนได้จากถั่วเมล็ดแห้งรับประทานควบคู่กับข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
จะได้โปรตีนจากพืชทัดเทียมเนื้อสัตว์

2.      
รับประทานผักหลากหลายชนิดให้ครบ 5 สี
ไม่ควรรับประทานผักอย่างเดียวซ้ำๆเพื่อให้ได้วิตามินและเกลือแร่ครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

3.      
รับประทานถั่วเปลือกแข็งทุกประเภท
พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก
ควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สีเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว
ถั่วเหลืองและถั่วขาว เพราะในถั่วมีโปรตีนคล้ายกับเนื้อสัตว์แต่แตกต่างตรงที่ในถั่วจะไม่มีโคเลสเตอรอลซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

4.      
ในอาหารคนกินเจควรใช้งาขาวและงาดำปรุงผสมด้วยเสมอเพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค
(Linoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

5.      
คนกินเจควรดื่มน้ำผลไม้สดๆตามธรรมชาติ เช่น
น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำมะพร้าว น้ำอ้อย น้ำสับปะรด น้ำใบบัวบกฯลฯ
และควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้วเป็นประจำ

ข้อควรปฏิบัติในประเพณีถือศีลกินผัก (ข้อมูลจากศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง
จ.ภูเก็ต)

1.      
ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

2.      
ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด

3.      
ห้ามลักขโมยหรือยักยอกทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นสมบัติของตน

4.      
ห้ามทำร้ายร่างกาย/ จิตใจผู้อื่นตลอดจนการกระทำที่จะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

5.      
ห้ามกล่าวคำเท็จ คำหยาบโลน คำด่า

6.      
ห้ามสัมผัสตลอดจนห้ามกล่าววาจาในทำนองชู้สาวกับเพศตรงข้าม

7.      
ห้ามดื่มสุรายาดอง ไม่เสพของมึนเมาทุกชนิด

8.      
ห้ามมั่วสุมการพนัน

9.      
ห้ามประดับกายด้วยของใดๆ
(ของประดับกายที่ทำด้วยโลหะและหนังสัตว์ล้วนเป็นของต้องห้าม)

10.  
  ห้ามใช้ภาชนะสิ่งของเครื่องใช้
ตลอดจนการร่วมรับประทานอาหารกับผู้ไม่ถือศีลกินผัก

Advertisements

โลบะ…หนึ่งในฑูตวัฒนธรรมอาหารฮกเกี้ยนภูเก็ต

7 Sep

“ผู้มาเยือนภูเก็ตไม่มีทางได้ยินเสียงท้องร้อง” เพราะภูเก็ตเป็นแหล่งรวมอาหารนานาชนิดที่มีบริการกันตั้งแต่ย่ำรุ่งจนดึกดื่นค่ำคืน
ตั้งแต่เซวโบ๋ย(ติ่มซำ) ขนมจีนน้ำยาภูเก็ต ขนมจีนไตปลา หมี่สั่วผัด กระหรี่ไหมฝัน  โอวต๊าว(หอยทอดภูเก็ต)ฯลฯ และหนึ่งในนั้นยังมี “โลบะ”
อาหารว่างยามบ่ายที่หนักท้องเอาการและอุดมไปด้วยไขมัน

คำว่า "โล" มาจากพะโล้ "บะ" มาจากทอด เป็นการนำทุกส่วนของหมู
ทั้งเนื้อหมู เครื่องในหมูและหัวหมูมาต้มพะโล้ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ
ก่อนรับประทานจะนำส่วนของหมูพะโล้ที่ต้องการทานมาหั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำแล้วจึงนำไปทอดในน้ำมันอีกทีหนึ่งโดยให้น้ำมันท่วมเนื้อ
จากนั้นจึงตักขึ้นมาวางพักไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานคู่กับแตงกวาฝานเป็นแว่นบางๆและน้ำจิ้มโลบะ
ซึ่งทำมาจากมะขามเปียกเคี่ยวกับน้ำตาลทราย โรยด้วยพริกป่นและถั่วลิสงคั่วบดหยาบช่วยชูรสแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี


โลบะ

บางคนไม่ชอบทานของทอดก็ไม่จำเป็นต้องเอาลงไปทอดในน้ำมัน
สามารถรับประทานคู่กับน้ำจิ้มโลบะได้เลย นอกจากส่วนต่างๆของหมูแล้ว ยังมีเต้าหู้ทอด
เกี้ยนทอด(เนื้อหมูปรุงรสห่อด้วยฟองเต้าหู้ขนาดเท่ามวนซิก้าร์แล้วนำมาทอดให้เหลืองกรอบ)รับประทานคู่กับน้ำจิ้มโลบะได้อร่อยอย่างลงตัว

ร้านโลบะที่ขึ้นชื่อในภูเก็ตมีอยู่ 5 แห่ง คือ
1.ร้านเบ่งสองโลบะ (ถนนพูนผล) ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่สุด 2.ร้านโลบะตรงข้ามศาลเจ้าแม่ย่านาง (ถนนกระบี่) ซึ่งเป็นเจ้าใหม่ที่มาขายแทนเจ้าเดิมซึ่งเป็นอาซิ้มแก่ๆและเลิกขายไปนานแล้ว 
3.ร้านโลบะบางเหนียว (ถนนแม่หลวน ตรงข้ามร้านเกียรติสินธุ์ ย้ายมาจากร้านเดิมซึ่งตั้งอยู่ที่บางเหนียว ทางไปสะพานหิน) ร้านโลบะที่ขายอยู่ตรงทางไปสะพานหินตอนนี้จึงไม่ใช่โลบะบางเหนียวเจ้าเดิม 4.ร้านโลบะเฉลิมตัน (ถนนเยาวราช)
ซึ่งแต่ก่อนเป็นที่ตั้งโรงภาพยนตร์เฉลิมตัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสยาม
และเรียกกันติดปากว่า โลบะสยามและ5.ร้านโลบะใต้ต้นฉำฉา (ต้นจามจุรี) ซอยพัฒนา เป็นร้านพี่น้องกันกับร้านโลบะสยามนั่นเอง

ถึงแม้ว่าอาหารจานนี้จะอุดมไปด้วยไขมันและคอเลสเตอรอล แต่”โลบะ”ก็ไม่เคยหายหน้าไปจากโต๊ะอาหารของชาวภูเก็ตและผู้มาเยือน
เพราะนอกเหนือจากน้ำมันที่ฉ่ำอยู่ในเนื้อและกลิ่นพะโล้ที่หอมติดจมูกแล้ว “โลบะ”ยังเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมฮกเกี้ยนที่ยังคงทำหน้าที่เล่าเรื่องตำนานอาหารเมืองภูเก็ตได้อย่างไม่น้อยหน้าเมนูจานใด

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1836.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ภูเก็ตโรจั๊ก…ที่รู้จักในชื่อ…เกลือเคยเลือดหมู

7 Sep

อาหารทานเล่นอีกจานหนึ่งของชาวภูเก็ตที่เป็นลูกครึ่งสัญชาติมลายู-จีนเนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากปีนัง
ก็คือ โรจั๊ก
(Rojak) ซึ่งหมายถึง การผสมกัน รวมกัน เรียกให้ง่ายว่า
รวมมิตร
ฉันคุ้นหน้าคุ้นตาโรจั๊กเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เพราะคุณแม่มักจะเคี่ยวเกลือเคยอยู่บ่อยๆ พออากงอาม่านึกอยากทานโรจั๊กเมื่อไหร่คุณแม่ก็จัดการหั่นเครื่องเคียงคลุกเคล้ากับเกลือเคยทันที

ฉันไม่ชอบเลือดหมูเลยคิดค้นโรจั๊กสูตรของฉันเองโดยนำสับปะรด ชมพู่ แอ๊ปเปิ้ลและฝรั่งมาคลุกเคล้ากับน้ำเกลือเคย อร่อยในแบบฉบับโรจั๊กของฉัน เดี๋ยวนี้หาโรจั๊กภูเก็ตทานยาก เท่าที่เห็นยังคงมีวางขายอยู่ที่ใต้ต้นฉำฉา (ต้นจามจุรี) ซึ่งเป็นแหล่งขายอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต
ตั้งอยู่ที่ปากซอยพัฒนาเท่านั้น

ภูเก็ตโรจั๊ก (เกลือเคยเลือดหมู)

ภูเก็ตโรจั๊ก (เกลือเคยเลือดหมู)
ประกอบด้วย สับปะรดภูเก็ต แตงกวาและเลือดหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆขนาดพอดีคำ
รับประทานคู่กับเกลือเคยภูเก็ต (กะปิหวาน) เวลารับประทานจะราดน้ำเกลือเคยภูเก็ตลงบนส่วนผสมทั้งหมดแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
น้ำเกลือเคยที่ราดโรจั๊กมีลักษณะข้นหนืดสีน้ำตาลคล้ำหอมกลิ่นเคย รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมและมีรสเผ็ด

โรจั๊กปีนังต้นตำรับประกอบด้วยแตงกวา
สับปะรด มะม่วง ชมพู่ ปลาหมึกแห้ง หัวผักกาด ถั่วงอก เต้าหู้พวง(เต้าหู้หั่นเป็นชิ้นแล้วทอด
ร้อยเชือกขายเป็นพวง)และยูเตี๋ยว(ปาท่องโก๋ คนภูเก็ตเรียก เจี๊ยะโก้ย)
คลุกเคล้าด้วยเกลือเคยปีนัง (ทำจากน้ำตาลทราย พริก น้ำมะนาวและกะปิปีนัง)และโรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วบดหยาบๆ

แค่เหลือบตามองหลายคนอาจไม่กล้าลองลิ้ม
แต่หากได้ชิมบางคนอาจถึงกับติดใจ โรจั๊กเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในมาเลเซีย (
ปีนังโรจั๊กขึ้นชื่อไม่แพ้บินตางอโรจั๊ก)
สิงคโปร์และอินโดนีเซีย แต่ละที่ก็มีส่วนผสมต่างกันออกไปแต่ทุกแห่งต้องคลุกเคล้าด้วยกะปิหวานทั้งสิ้น

รวมมิตรจานนี้เป็นอาหารที่ต้องทานกันหลายๆคนถึงจะอร่อยได้อรรถรส
และเรียกได้ว่าได้ทาน
ภูเก็ตโรจั๊ก (เกลือเคยภูเก็ต)แล้วจริงๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1834.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ขนมก้องหยู่น…หนึบนอกกรอบใน

28 Aug
ขนมหวานทานเล่นต้นตำรับภูเก็ตอีกชนิดหนึ่ง คือ ขนมก้องหยู่น ไส้ในเป็นขนมก้องถึง หรือขนมตุ๊บตั๊บซึ่่งทำจากถั่วลิสงคั่วสุกแล้วทุบหยาบๆจากนั้นนำไปบดให้ละเอียดก่อนนำมาคลุกให้เป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำตาลทรายที่เคี่ยวจนเหนียว เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้วจึงนำออกจากเตามาทุบกันเสียงดังตุ๊บตั๊บจนละเอียด จากนั้นก็นำน้ำมันหมูมาเคี่ยวกับแบะแซจนเข้ากันแล้วจึงเติมแป้งสาลีเคี่ยวต่อจนเหนียวหนืดได้ที่จึงโรยงาลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำมาห่อไส้ขนมก้องถึง

ขนมชนิดนี้เป็นขนมพื้นเมืองภูเก็ตมีมาตั้งแต่โบราณ เป็นขนมทานเล่นที่อร่อยเพลินกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่  ร้านเค่งติ้นซึ่งเป็นร้านขนมเก่าแก่ของจังหวัดภูเก็ตตั้งอยู่ใกล้สี่แยกถนนภูเก็ตตัดกับถนนกระยังคงผลิตขนมก้องหยู่นออกมาวางขายอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่อยากลิ้มลองขนมภูเก็ตโบราณหลากรูปแบบต้องแวะไปที่ร้านเค่งติ้นแห่งนี้


ขนมก้องหยู่น (แต่บางคนเรียก หยู่นถึง)

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1800.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ขนมอาโป๊ง…แป้งม้วนกรอบห่อเก็บความทรงจำ

22 Aug
เตาอั้งโล่ขนาดย่อมสามสี่ใบวางเรียงกันเป็นแถว ตรงกลางเตามีกองถ่านอุ่นๆที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ หญิงวัยกลางคนหยิบกากมะพร้าวที่ห่อด้วยผ้าขาวบางจุ่มลงไปในถ้วยน้ำมันพืชก่อนที่จะนำมาทาบางๆเคลือบกระทะเหล็กใบเล็กจิ๋วที่อยู่บนเตา จากนั้นหญิงคนเดิมหันไปคว้าจวักตักแป้งที่ละลายผสมกับหัวเชื้อเรียบร้อยแล้วขึ้นมาจากหม้อก่อนที่จะนำไปหยอดลงบนกระทะทีละใบ แล้วใช้มืออีกข้างวนกระทะเป็นวงกลมให้แป้งแผ่ออกเป็นแผ่นบางอาบความร้อนจากถ่านที่ส่งผ่านกระทะเหล็ก ตรงกลางกระทะมีน้ำแป้งกองอยู่หย่อมเล็กๆ จากนั้นกระทะก็ถูกครอบด้วยฝา ไม่ถึงอึดใจฝาก็ถูกแง้มออกทีละใบๆ เผยให้เห็นฟองอากาศในเนื้อแป้งที่แตกตัวเป็นเม็ดเล็กๆ ต่อมาอีกไม่นานฝาก็ถูกเปิดออก มือที่คล่องแคล่วกำลังแซะแผ่นแป้งออกจากกระทะเหล็กและม้วนเป็นแท่งยาวๆอย่างรวดเร็วชวนมอง

"อาโป๊ง"ร้อนๆจากเตาส่งกลิ่นหอม ก่อนจะถูกมือเล็กๆของฉันประคองให้กลิ้งไปกลิ้งมาระหว่างมือเพื่อคลายความร้อน การได้ยืนดูแม่ค้าทำขนมอาโป๊งเป็นอีกกิจกรรมที่ฉันชื่นชอบในสมัยเด็ก จนถึงขนาดที่กลับมาเล่นหม้อข้าวหม้อแกงขายอาโป๊งกับเพื่อน ฉันสมมติเอาผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กบางๆมาแทนแป้งอาโป๊งแล้วค่อยๆบรรจงม้วนวางขายและอดไม่ได้ที่จะใส่ลูกเล่นเพื่อแสดงถึงความสดใหม่ของขนมของฉันด้วยการจีบนิ้วจับขนมพร้อมสูดปากและขมวดคิ้วเข้าหากันเพื่อแสดงอาการว่าอาโป๊งของฉันยังร้อนอยู่


อาโป๊ง

วันนี้ฉันมีโอกาสแวะซื้ออาโป๊งทานอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่กัดม้วนแป้งบางกรอบ ความทรงจำอันแสนสนุกในวัยเด็กของฉันก็ฉายวาบขึ้นมา ฉันเล็มมาจนถึงตรงกลางขนม น่าเสียดายที่อาโป๊งในมือฉันวันนี้เนื้อแป้งนุ่มๆตรงกลางไม่หนานุ่มเหมือนวันวาน แต่อาโป๊งรุ่นลูกหลานก็ยังคงทำหน้าที่ต้อนรับอาคันตุกะของภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง ขนมทานเล่นหน้าตาธรรมดาจากปีนังชิ้นนี้อาจไม่ดูโดดเด่นเหมือนขนมอื่นๆแต่ก็เป็นขนมที่มีพื้นเพที่มา เป็นฑูตวัฒนธรรมระหว่างภูเก็ต-ปีนังและจะยังคงบอกเล่าเรื่องราวต่อไปตราบเท่าที่คนรุ่นหลังยังคงเล็งเห็นคุณค่า อาโป๊งจะยังคงเป็นของว่างรับรองแขกได้ไม่น้อยหน้าแพนเค้กหรือวาฟเฟิล ทานคู่กับเซล้องหรือโกปี้ (ชาภูเก็ตหรือกาแฟภูเก็ต) แล้วถ่ายทอดความเป็นมาให้ผู้มาเยือนได้รับรู้และภาคภูมิใจในวิถีชีวิตคนปุ๊นเต่

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1807.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ร้านหมี่ลกเทียน…อีกหนึ่งตำนานครัวปุ๊นเต่

22 Aug
บะหมี่เป็นอาหารที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวภูเก็ตมาอย่างยาวนานตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ด้วยเส้นที่ยาวของบะหมี่ซึ่งสื่อความหมายถึงความมีอายุยืนยาวจึงมักถูกนำไปใช้ในงานมงคลต่างๆ คนภูเก็ตเมื่อถึงวาระครบรอบวันเกิดก็ต้องผัดหมี่ทาน จึงไม่น่าแปลกที่เกาะแห่งนี้จะเต็มไปด้วยตำนานร้านบะหมี่ดั้งเดิมจำนวนมาก แต่ละร้านต่างก็มีฝีไม้ฝีมือมัดอกมัดใจลูกค้าชนิดไม่มีใครแพ้ใคร

ร้านบะหมี่ที่เป็นอีกตำนานหนึ่งของครัวปุ๊นเต่ภูเก็ต คือ ร้านหมี่ลกเทียน ซึ่งแต่เดิมตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนเยาวราชตัดกับถนนดีบุก ตอนนี้อากงส่งตะหลิวต่อให้ลูกชายสืบสานตำนานแทน สมัยอากงอาม่าฉันยังมีชีวิตอยู่พอตกบ่ายแก่ๆบางวันท่านจะสั่งลูกหลานในบ้านให้ไป "คั้วหมี่" หมายถึง "ผัดหมี่" จากร้านต่างๆในภูเก็ต คำว่า ผัดหมี่ ในที่นี้ ไม่ใช่ให้ลูกหลานท่านผัดหมี่ให้ทานแต่ให้ไปซื้อบะหมี่ผัดจากร้านอร่อยกลับมาทานที่บ้าน

เส้นบะหมี่ไข่ที่เหนียวนุ่มตามแบบฉบับกวางตุ้งถูกทำขึ้นเองโดยสูตรที่เป็นความลับของครอบครัวโกล้านแห่งร้านหมี่ลกเทียนแต่นั่นยังไม่ใช่เคล็ดลับความอร่อยทั้งหมด กลิ่นหอมของหมูแดงและกลิ่นไหม้ตรงก้นกระทะที่ซ่อนอยู่ต่างหากที่ช่วยเน้นรสชาติความหอมอร่อยที่ขึ้นชื่อของร้าน "กลิ่นขี้ทะ" หรือ กลิ่นก้นกระทะเวลาผัดด้วยไฟแรงช่างหอมยวนใจยั่วให้น้ำลายสอจนก่อให้เกิดตำนานร้านหมี่ลกเทียน หากต้องการลิ้มลองอาหารต้นตำรับแท้ๆแนะนำให้สั่งเมนู "มีคั้วมู่แด๋ง"นี่ล่ะ พยายามออกเสียงตามที่บอกเพื่อการเข้าถึงความเป็นคนปุ๊นเต่ (คนพื้นเมือง)และเพื่ออรรถรสในการเปิบอาหารพื้นเมือง


บะหมี่ผัดหมูแดง หรือ มีคั้วมู่แด๋ง

อีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำ คือ บะหมี่แห้งเกี๊ยว-หมูแดง ที่จะได้ลิ้มรสความเหนียวนุ่มของบะหมี่สดโฮมเมดที่คลุกเคล้าด้วยน้ำมัน หอมเจียวและกากหมูที่เคี่ยวจนหอมกรอบ โรยหน้าด้วยเกี๊ยวและหมูแดงพร้อมต้นหอมซอยและถั่วลิสงคั่วบด อืม! เหนียวนุ่มหอมอร่อย…จนต้องบอกต่อ แต่ลูกค้าอาจต้องทำใจสักนิดกับสภาพร้านซึ่งเป็นห้องเล็กๆชั้นเดียว หากนั่งทานที่ร้านเรียบร้อยแล้วเวลาไปเจอใครไม่ต้องบอกก็รู้ว่าออกมาจากร้านหมี่ลกเทียน เพราะกลิ่นหอมของบะหมี่ผัดผสมกับ "กลิ่นขี้ทะ" จะเกาะติดเป็นของฝากจากทางร้านไปตลอดทั้งวัน



บะหมี่แห้งเกี๊ยว-หมูแดง หรือ มีแฮ้งเกี๊ยว-มู่แด๋ง

ร้านหมี่ลกเทียน ตั้งอยู่บนถนนสตูล ก่อนถึงสามแยกหน้าที่ทำการอำเภอเมืองภูเก็ต เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00 น.ไปจนถึง 16.00 น. หากไปก่อนหน้านี้ก็ต้องนั่งแกร่วรอเจ้าของร้านไปก่อนหรือจะเลือกเดินชมคฤหาสน์เก่าที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนปลูกปัญญาเพื่อชมความงามของอาคารชิโน-โปรตุกีส เรียกได้ว่าเลือกอิ่มตาก่อนอิ่มท้องก็ไม่เลว

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1805.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

หมี่สั่ว…อาหารปุ๊นเต่ที่ต้องลิ้มลอง

22 Aug
หมี่สั่วเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองอีกอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต ลักษณะเป็นเส้นหมี่เล็กๆสีขาวทำจากแป้งสาลี บรรจุแบบอบแห้งในซอง ยี่ห้อดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อมานับสิบๆปี คือ หมี่สั่วตรานกนางแอ่น เขารัง ชาวภูเก็ตดั้งเดิมจะต้องมีหมี่สั่วเก็บไว้ในครัวแทบทุกบ้าน ทั้งเพื่อใช้ประกอบอาหารซึ่งสามารถประยุกต์ได้หลากหลายรูปแบบ ในโอกาสมงคล เช่น การทำขวัญเดือนของเด็กทารกที่มีอายุครบ 1 เดือน เมื่อญาติผู้ใหญ่ได้รับอิ่วปึ่งและไข่ไก่ทาสีแดงพร้อมทั้งขนมเต่า จากบ้านของสมาชิกตัวน้อย ญาติผู้ใหญ่จะมอบของรับขวัญกลับไปโดยมี ไข่ไก่สดและหมี่สั่วพร้อมทั้งกระดาษแดง โดยมีนัยยะถึงการกำเนิดใหม่ ความมีอายุยืนยาวและความเป็นสิริมงคล

ผู้หญิงที่เพิ่งคลอดก็จะรับประทานหมี่สั่วน้ำมันงาใส่ขิงและพริกไทย รายที่รับประทานเครื่องในก็จะต้องมีตับหมูเพื่อบำรุงเลือด แต่หากไม่ปลื้มเครื่องในสัตว์ก็จะใส่หมูสับแทน นอกจากนั้นยังมีหมี่สั่วแห้ง หมี่สั่วบะกู๊ดเต๋และหมี่สั่วผัด


หมี่สั่วแห้ง (หรือ มีซัวแฮ้ง ของชาวภูเก็ต)

หมี่สั่วผัดเป็นเมนูที่ท้าทายสำหรับแม่ครัวมือใหม่ด้วยเหตุที่หมี่สั่วเส้นเล็กมากทำให้ผัดค่อนข้างยาก ยิ่งพอเจอกับไฟแรงๆและกระทะร้อนๆยิ่งทำให้หมี่สั่วแห้งติดกระทะได้ง่าย การผัดจึงต้องมีเทคนิคโดยตอกไข่และใส่เนื้อลงไปก่อนตามด้วยผักแล้วจึงปรุงรสให้กลมกล่อมก่อนจะนำเส้นหมี่สั่วที่ลวกแล้วลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน เวลารับประทานจะโรยหน้าด้วยหอมเจียว เพียงแค่เส้นเล็กๆนุ่มๆของหมี่สั่วสัมผัสปลายลิ้นคุณจะรู้สึกได้ถึงรสชาติที่กลมกล่อมผสมกับความหอมของหอมเจียวกับความหวานจากเนื้อกุ้งสดตัวโตๆและผักบุ้งเขียวๆที่กรุบกรอบอย่างลงตัว


หมี่สั่วผัด (ชาวภูเก็ตเรียกว่า มีซัวคั้ว)

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือภาพสำหรับทำรายงาน

กรุณาอ้างอิง http://bambelle.spaces.live.com/blog/cns!7360AA15C5199E23!1802.entry ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ