Archive | Food and drink RSS feed for this section

ครัวคุณย่า…หาดเจ้าสำราญ ทุกจาน…อร่อยเด็ด

9 Mar

มุมถ่ายภาพที่ระลึก

บรรยากาศวันแรกของสัปดาห์หลังจากที่ผู้คนใช้เวลาสนุกสนานสำราญใจหมดไปกับวันหยุดจะดูเงียบเหงาไปแทบทุกที่ เด็กนักเรียนต่างก็กำลังเรียนหนังสือ พวกเรากำลังใช้เวลาว่างก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นในวันรุ่งขึ้นให้หมดไปกับการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในเพชรบุรี เก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆเอามาเขียนบันทึกการเดินทาง หลังจากหัวใจเบิกบานกับความงามที่สงบเงียบของหาดเจ้าสำราญแล้ว ท้องไส้ก็เริ่มส่งเสียงประท้วงอยากจะเบิกบานเหมือนอย่างหัวใจบ้าง เราจึงตรงมายังหาดเจ้าสำราญ บีช รีสอร์ท โรงแรมริมหาดที่มีทรายขาวละเอียดปูเป็นพรมธรรมชาติทอดนำเราไปสู่อ้อมกอดทะลสีคราม

ครัวคุณย่า ร้านอาหารของโรงแรมเป็นหนึ่งในร้านอาหารขึ้นชื่อของหาดเจ้าสำราญ วันนี้เราเป็นลูกค้ารายแรกที่มาเยือนในมื้อกลางวัน โต๊ะอาหารหลายสิบโต๊ะเต็มแน่นในช่วงสุดสัปดาห์ วันนี้ถือว่าเป็นโชคดีของเราอีกครั้งหนึ่งที่ได้ทานมื้อกลางวันใต้ร่มเงาระแนงไม้ไผ่พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศหาดทรายอันเงียบสงบและรับลมทะเลราวกับเป็นโลกส่วนตัว





บรรยากาศโล่งโปร่งสบายที่ร้านครัวคุณย่า

สักครู่หนึ่งเมนูอาหารที่สั่งก็ทยอยเรียงแถวออกมาจากห้องครัว หนูแบมจัดแจงตักแบ่งต้มยำทะเลรวมมิตรให้กับทุกคน ปลากระพงขาวเนื้อนุ่มนอนอุ่นอยู่ในปากพอดีคำ ตามมาด้วยกุ้งสดหวานและปลาหมึกเนื้อแน่น ก่อนที่น้ำต้มยำรสจัดจ้านหอมกลิ่นน้ำพริกเผาจะกวาดเนื้อสดๆของสามสหายให้ลื่นไหลลงท้อง

ฉันเปิดฝาเมนูโปรดของสองสาว "กุ้งอบวุ้นเส้น" กลิ่นขิงและพริกไทยหอมลอยออกมาพร้อมกับควันร้อนฉุย กุ้งทะเลสีส้มสดนอนอวดตัวเบียดกันอยู่ในหม้อเหล็ก วุ้นเส้นใสเคลือบสีชาของซีอิ๊วนอนเส้นอ่อนระทวยรองอยู่ที่ก้นหม้อ ชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่มเราไม่รอช้ารูดเส้นนิ่มๆเข้าปากคำโต แล้วฉันจะนั่งมองอยู่ไย รีบแกะเนื้อกุ้งสีขาวลิ้มรสความสดหวานเคล้ากับความนุ่มลิ้นของวุ้นเส้นรสกลมกล่อม อร่อยหอมเครื่องเทศกรุ่นในลำคอ


ต้มยำรวมมิตรทะเลและกุ้งอบวุ้นเส้น

ยำยอดหญ้าและหมึกราชนาวี

ปลากระพงเจ้าสำราญ

จานถัดมา คือ ยำยอดหญ้า ที่ชวนให้สงสัยว่าจะเอายอดหญ้าอะไรมายำ เมื่อมาอวดโฉมบนโต๊ะอาหารเลยถึงบางอ้อว่าแม่ครัวใช้ใบคะน้ามาหั่นฝอยทอดให้กรอบ แล้วหยิบเนื้อกุ้งและปลาหมึกมาคลุกเคล้ากับน้ำยำ ผสมโรงด้วยเห็ดหูหนูขาว หอมซอย หอมใหญ่ ต้นหอมและขึ้นฉ่าย พืชผักสมุนไพรที่กรุบกรอบและหอมแรง รสน้ำยำจัดถึงใจบวกกับความกรุบกรอบของยอดหญ้าจำแลงและกลิ่นหอมแรงของเครื่องเคียงแล้ว ถือได้ว่าสอบผ่าน

อีกหนึ่งเมนูเด็ดของที่นี่ คือ หมึกราชนาวี เป็นเมนูปลาหมึกสดเนื้อสีขาวราวกับสวมชุดทหารเรือนอนคลุกเคล้าเครื่องเคียงอย่างพริกหวานสีเหลืองแซมด้วยสีเขียวของต้นหอม ผัดให้เข้ากันด้วยซอสมะเขือเทศ หมึกราชนาวีจานนี้จึงมีรสเปรี้ยวหวานนำ เป็นจานที่ช่วยคลายความจัดจ้านของยำยอดหญ้าลงได้อย่างมาก

ปิดท้ายรายการด้วยพระเอกของร้าน "ปลากระพงเจ้าสำราญ" ที่เต็มไปด้วยมิตรสหายมาร่วมขบวนการสร้างความสำราญอร่อยลิ้น อาทิ บ๊วยแดงเชื่อม พุทราจีนเชื่อม สับปะรด แครอท พริกไทยอ่อน พริกหยวกสีเขียว พริกทอด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หลากสีสันหลากรสชาติหลากอารมณ์สรวลเสเฮฮาผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเนื้อปลากระพงทอดกรอบด้วยรสมือสูตรเด็ดจากครัวคุณย่า



อิ่มอร่อยกับเมนูที่สั่งจนเกลี้ยงจานแล้ว เราก็พากันเดินทอดน่องกินลมชมวิวทะเลละแวกนั้น แดดยามเที่ยงวันคล้อยบ่ายช่างจัดจ้าแต่ลมทะเลก็ยังขยันพัดมาหยอกเย้าทักทายเราอยู่ตลอด ฉันมองดูเจ้าลิงแสนซนทั้งคู่พากันวิ่งไล่และถลาไปหาเครื่องเล่นราวกับเด็กเล็ก ภาพวันวานที่ทั้งสองยังเดินเตาะแตะมีอาม่ายืนยิ้มลุ้นให้สองหนูน้อยเดินไปให้ถึงเครื่องเล่นฉายวาบมาซ้อนทับกับภาพในปัจจุบัน ถึงแม้วันนี้อาม่าจะไม่ได้มาร่วมเชียร์หลานสาวถึงขอบสนาม แต่ฉันก็รู้ดีว่าสายตาที่อาม่าส่งมาให้พวกเราตอนไปกราบเท้าที่เตียงก่อนเดินทางนั้นเต็มไปด้วยกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมและความเมตตาอย่างเหลือล้น ฉันขอฝากสายลมแห่งอ่าวไทยพัดพาความสุข ความทรงจำดีๆเหล่านี้ไปให้ถึงฝั่งอันดามัน และไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นเช่นไร มือข้างขวาที่ขยับได้เพียงข้างเดียวของอาม่าก็พร้อมจะโบกไปมาเป็นสัญลักษณ์แทนการปรบมือแสดงความภาคภูมิใจในตัวหลานสาวของท่านอยู่เสมอ



เดินชมวิวที่พักหลังอิ่มท้อง

ภูมิใจนำเสนอภาพถ่ายฝีมือแบล

***อ่านเรื่องราว บันทึกกลางสายลมหนาว เล่าเรื่องเมืองเพชรบุรี (คลิ้กจากหัวข้อด้านล่าง)

หน้างอคอหัก…เอกลักษณ์ปลาทูนึ่งแม่กลอง

27 Jan
ด้วยเหตุที่แฝด BB กับทีมกรีฑาภูเก็ตเข้าร่วมแข่งขันกรีฑาดาวรุ่งมุ่งยูธโอลิมปิคและนานาชาติ ประจำปี 2553 ทำให้พวกเราได้กลับมาเยือนเมืองแม่กลองอีกครั้งหนึ่ง ฉันฝันถึงเนื้อปลาทูหวานมันที่แสนจะนุ่มลิ้น ลุงชาติกับป้าเกียดช่างรู้ใจพาพวกเราไปเยือนร้านไสวกันอีกครั้ง ปลาทูหน้านี้จะมีความมันเป็นพิเศษและเนื้อนุ่มแน่น ฉันโปรดปรานปลาทูต้มมะดันเป็นที่สุด เพราะเมนูนี้ทำให้ฉันได้ลิ้มรสเนื้อปลาทูที่หวานมันและได้น้ำซุปรสเปรี้ยวที่ช่วยให้โล่งลื่นคอไม่มีคำว่าเลี่ยน อีกจานที่รสชาติไม่เป็นรองใคร คือ ฉู่ฉี่ปลาทู ที่เผ็ดร้อนด้วยเครื่องแกงซึ่งเคี่ยวจนได้ที่ หอมกลิ่นมะกรูดซอยซ่านจมูกก่อนจะได้บดเคี้ยวเนื้อปลาทูที่อวบอิ่มตึงแน่นถูกใจทุกคนบนโต๊ะ นอกจากนั้นลุงชาติยังสั่งปลาทูผัดฉ่า ปูหลนที่ใช้ปูดำตัวใหญ่ซึ่งเนื้อสุดแสนจะแน่นเปรี๊ยะ หวานมันจริงๆ ตามด้วยกุ้งมะขามและปลาทูแดดเดียวซึ่งเป็นอภินันทนาการจากทางร้านสำหรับลูกค้าขาประจำอย่างลุงชาติกับป้าเกียด


ลุงชาติชวนชิมที่ร้านไสว

ลองย้อนกลับไปอ่านบันทึกเรื่อง อิ่มหนำสำราญใจที่ร้าน "ไสว" สมุทรสงคราม เพื่อชมภาพประกอบและสถานที่ตั้งร้าน ครั้งนี้ฉันอยากนำความรู้เรื่องปลาทูแม่กลองมาเล่าสู่กันฟัง ทำอย่างไรได้ก็สาวอันดามันหลงรักปลาทูแม่กลองหัวปักหัวปำแล้วนี่ ฉันรับรองว่าถ้าคุณได้ลิ้มลองเพียงครั้งเดียวคุณจะหลงเสน่ห์ปลาทูตัวจ้อยอย่างแน่นอน (ไม่เชื่อถามแมวดูสิ)

เมื่อวันที่ 10-20 ธันวาคม 2552 จ.สมุทรสงครามจัดงานเทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 12 ขึ้นที่หน้าศาลากลาง จ.สมุทรสงครามแต่คณะของเราเดินทางมาถึงสมุทรสงครามกลางเดือนมกราคม เป็นอันว่าพลาดงานใหญ่ไปอย่างน่าเสียดายแต่ถึงอย่างไรก็ไม่พลาดโอกาสลิ้มรสเนื้อปลาทูสาวที่แสนจะอวบอิ่มเต่งตึง จากปลาทูบนจานย้อนกลับไปตามสายธารที่อยู่ของมัน ฝูงปลาทูจะเดินทางรอนแรมไปวางไข่ในช่วงเดือนมกราคมที่ทะเลภาคใต้ตั้งแต่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ไปจนถึงทางตะวันออกของเกาะพงัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ลูกปลาที่ออกจากไข่จะว่ายเข้าหาฝั่งในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม แล้วอพยพเข้ามายังฝั่งอ่าวไทยตอนในในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงมิถุนายนเมื่อมีขนาดโตขึ้นจนเป็น"ปลาทูสาว" ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมจะมาโตเต็มวัยที่ปากอ่าวแม่กลองซึ่งเป็นบริเวณที่มีตะกอนดินอุดมสมบูรณ์ ปลาทูแม่กลองจึงมีเนื้อนุ่มละเอียด หวานมัน รสชาติอร่อยกว่าที่อื่นๆ


(ขอบคุณภาพประกอบจาก แม่กลองดีดอทคอม)

ปลาทูเป็นสินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม ตัวใหญ่ เนื้อนุ่มมัน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีให้เลือกทั้งปลาทูสดและปลาทูนึ่ง เอกลักษณ์ของปลาทูนึ่งแม่กลองต้อง "หน้างอคอหัก" ด้วยเหตุที่ปลาทูตัวใหญ่เมื่อจัดวางเรียงในเข่งจะต้องหักหัวพับให้งอลงอย่างมีศิลปะทำให้ปลาทูอ้วนสั้นนอนอัดกันในเข่งเป็นคู่ๆ ปลาทูที่อร่อยที่สุด คือ ปลาทูโป๊ะหรือปลาทูที่จับโดยใช้โป๊ะ "โป๊ะ" เป็นเครื่องมือประมงชนิดหนึ่งและเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเรื่องกระแสน้ำ ทิศทางลม อุปนิสัยของปลา การขึ้นลงของดวงจันทร์และข้างขึ้นข้างแรม เพราะวิธีการจับปราศจากความรุนแรง เนื้อปลาจะไม่ช้ำ ท้องไม่แตก นอกจากนี้ยังมีวิธีการจับปลาทูอีกสองวิธี คือ ใช้อวนดำหรืออวนติดและอวนลาก ซึ่งความอร่อยของเนื้อปลาจะลดหลั่นกันไป


"หน้างอคอหัก" เอกลักษณ์ปลาทูนึ่งแม่กลอง
(ขอบคุณภาพประกอบจาก แม่กลองดีดอทคอม)

หากอยากเลือกซื้อปลาทูนึ่ง ให้เลือกปลาที่มีกลิ่นหอม แสดงว่าเป็นปลาทูที่ต้มสุกใหม่ ตัวอวบอ้วน เนื้อแน่น นุ่มแต่ไม่เละ ท้องและหนังปลาไม่ถลอกแต่หากอยากแสดงฝีมือปรุงปลาทูสดเอง ให้เลือกปลาทูที่ลูกตานูน ตาดำสีสดใส ส่วนหลังมีสีเขียวเป็นพื้น ส่วนท้องมีสีขาวเงิน หางปลามีสีเหลือง ลำตัวมีเมือกลื่นๆอยู่ทั่ว เหงือกสีแดงอมชมพู ไม่มีกลิ่น เนื้อแน่น เมื่อใช้นิ้วกดที่กลางลำตัวแล้วปล่อยนิ้วออกรอยยุบจะกลับคืนสู่สภาพเดิม ประมาณเนื้อเต่งตึงเด้งได้

เมนูปลาทูก็มีมากมายสารพัน อาทิ ปลาทูต้มมะดัน ฉู่ฉี่ปลาทู ปลาทูต้มหวาน ปลาทูต้มส้ม แกงส้มปลาทู ห่อหมกปลาทู เมี่ยงปลาทู ยำปลาทู ปลาทูราดพริก ปลาทูแดดเดียว ปลาทูผัดฉ่า ปลาทูย่างกับสะเดาน้ำปลาหวาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพ่อครัวแม่ครัวที่จะงัดกลเม็ดสูตรเด็ดต่างๆมาสร้างสรรค์เมนูปลาทูขึ้นโต๊ะอาหารอวดเสน่ห์ปลายจวักของตัวเอง สำหรับฉัน ณ ตอนนี้ ขอวางทั้งจวักและทัพพีใช้ช้อนจัดการเนื้อปลาทูสาวอวบอิ่มที่นอนรออยู่ในจานลงท้องก่อนล่ะ อ้าว! เผลอแผล็บเดียวปลาทูเกลี้ยงโต๊ะไปแล้วหรือนี่ ทำเอาฉันหน้างอคอ(ไม่)หักเหมือนเอกลักษณ์ปลาทูนึ่งแม่กลอง

“จรรยา” ชื่อนี้การันตีเรื่องความอร่อยเพื่อสุขภาพ

10 Jan
วันอาทิตย์เป็นวันสบายๆที่ใครหลายคนไม่ต้องเร่งรีบลืมตาตื่นแต่เช้า สามารถปล่อยให้นาฬิกาชีวิตค่อยๆเดินผ่านไปอย่างเนิบนาบ วันนี้พวกเราถือโอกาสแวะไปลิ้มลองเมนูจากร้านอาหารเพื่อสุขภาพตามคำแนะนำของป้าสุ ก่อนไปฉันยกหูโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ 076 209 177 เพื่อสอบถามว่าหนูเตย เจ้าของร้านจ่ายกับข้าวเรียบร้อยหรือยัง เพราะที่นี่คำนึงถึงความสดใหม่ของอาหารเป็นสำคัญ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังร้าน "จรรยา" ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ทางไปโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา (หมู่บ้านวิลล่าภูเก็ต 5) อยู่เยื้องกับร้านพร้อมภัณฑ์


"จรรยา" ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

ที่จอดรถของทางร้านมีจำกัดอาจจะไม่ค่อยสะดวกนักแต่ก็สามารถจอดข้างไหล่ทางได้ สีเหลืองนวลที่ฉาบอยู่บนผนังปูนขับให้บานประตูหน้าต่างสีน้ำตาลดูโดดเด่น ชวนให้นึกถึงบรรยากาศร้านอาหารเล็กๆในยุโรป ชื่อร้าน "Chanya" ยิ้มรับแขกอยู่เหนือประตูทางเข้า มีโต๊ะอยู่ด้านนอกร้าน 2 โต๊ะใต้ร่มไม้เลื้อยเหมาะสำหรับเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ ฉันผลักบานประตูเข้าไปพบกับโต๊ะอาหารจำนวน 8 โต๊ะและแอร์ที่เย็นฉ่ำ หนูเตยสาวน้อยตาโต ตัวใหญ่ ใจดีออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่หันมาเอาดีทางด้านอาหารหลังจากจบการศึกษาทางด้าน Multimedia จากรั้วศิลปากรภาคอินเตอร์ สองสาวฝาแฝดได้เจอรุ่นพี่โรงเรียนรุ่นสุดท้ายที่ใช้ชื่อ Dulwich International College (ชื่อเก่าของโรงเรียนนานาชาติ บริติช ภูเก็ต) แถมยังเป็นอดีตนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนและของจังหวัดด้วย เธอช่างมีความสามารถหลายด้านจริงๆ

BB ชิมแล้วต้องยกนิ้วให้ร้าน "จรรยา"

เราสั่งน้ำเสาวรสที่คั้นแบบแยกกากและน้ำสตรอเบอรรี่ปั่น ก่อนที่หนูเตยจะกลับเข้าครัวไปเตรียมเครื่องดื่ม ระหว่างเลือกเมนูอาหารทางร้านยก Bruschetta (ออกเสียงแบบอิตาเลียนว่า บรูสเก็ตต้า หรือออกเสียงว่า บรูเช็ตต้าตามแบบสากล) ออกมาให้พวกเรารองท้อง รสชาติชุ่มน้ำของเนื้อมะเขือเทศสดสับเป็นชิ้นเล็กๆผนวกกับความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูบัลซามิกเข้ากันเป็นอย่างดีกับกลิ่นหอมของพริกไทยบดและกระเทียมสับและความกรุบกรอบของแครกเกอร์แผ่นบาง (ซึ่งปกติจะใช้ขนมปังฝรั่งเศส) จนเผลอแผล็บเดียวเหลือเพียงจานที่ว่างเปล่า


น้ำผลไม้ปั่นและน้ำผลไม้คั้นแยกกาก

รายการอาหารในร้านนี้หลีกเลี่ยงการใช้เนื้อแดงและเนื้อสัตว์ปีก มีเพียงปลากับกุ้งและเต้าหู้เท่านั้น อาหารทอดจะใช้น้ำมันรำข้าวซึ่งเหมาะกับการทอดหรือผัดที่ใช้เวลานานอย่างอาหารไทย สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 230 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีสารแกมม่า โอรีซานอลสูงซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต มีสารต้านการเกิดอนุมูลอิสระและรังสีอุลตร้าไวโอเลต ทั้งยังช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น หากเป็นอาหารที่ผัดหรือทอดในระยะเวลาสั้นๆ ทางร้านจะใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร และหากเมนูที่มีกะทิเป็นส่วนผสมทางร้านจะใช้น้ำเต้าหู้ แทน

เห็นความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบของทางร้านแล้ว เราจึงเลือกสั่งรายการอาหารจากเมนูอย่างไม่ลังเล ปอเปี๊ยะเห็ด ลาบเต้าหู้ทอด  ฉู่ฉี่กุ้ง ผัดผักเหมียงกุ้งสดกับเต้าหู้ ปลาน้ำแดง ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากรายมาทานคู่กับข้าวกล้องมันปู เราพูดคุยหยอกเย้ากันท่ามกลางเสียงเพลงเบาๆและบรรยากาศสบายๆ สักครู่หนึ่งเมนูต่างๆที่สั่งไว้ก็ค่อยๆทยอยออกมา


ลาบเต้าหู้ทอด


ฉู่ฉี่กุ้ง (ใช้นมถั่วเหลืองแทนน้ำกะทิ)


ผัดผักเหมียงกุ้งสดกับเต้าหู้


ปลาน้ำแดง


ข้าวกล้องมันปู

ประเดิมกันด้วยปอเปี๊ยะเห็ดที่หอมฉุย แผ่นปอเปี๊ยะบางกรอบห่อหุ้มวุ้นเส้นที่ผัดกับเห็ด เพียงคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความกรุบกรอบและหนึบหนับของปอเปี๊ยะเห็ดที่คลุกเคล้าเข้ากันอย่างลงตัว จนน้องแบลต้องขอสั่งเพิ่มอีกจาน (งานนี้โค้ชต้องค้อนขวับหลายตลบแน่ถ้ารู้ว่าคุณเธออร่อยเพลินเกินห้ามใจขนาดนี้)


ปอเปี๊ยะเห็ด

จานต่อมา คือ ลาบเต้าหู้ทอด ที่มีรสชาติจัดจ้านถึงใจพร้อมยกขบวนสมุนไพรมารวมพลกันในจาน และที่รสจัดไม่แพ้กัน คือ ฉู่ฉี่กุ้ง แถมด้วยกลิ่นหอมของมะกรูดซอยอร่อยจนลืมความมันของน้ำกะทิกันไปเลย ต่อมาผัดผักเหมียงกุ้งสดกับเต้าหู้ก็ออกมาทำหน้าที่ระงับความเผ็ดก่อนที่ลิ้นจะลุกเป็นไฟด้วยรสชาติที่กลมกล่อมผนวกกับความหวานของเนื้อกุ้งสดๆ ตามติดมาด้วยปลาน้ำแดงที่มีรสกลมกล่อมไม่แพ้กัน ปลาอินทรีย์ชิ้นโตถูกนำไปทอดจนหอมนอนแช่อยู่ในเครื่องปรุงน้ำแดงบนจานเคียงข้างด้วยขิงซอยและเห็ดหอม ก่อนที่ลิ้นจะลืมความจัดจ้าน ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากรายก็ออกมาสำแดงความเผ็ดร้อน ทั้งรสจัดและหอมฉุนด้วยกลิ่นสมุนไพรผัดฉ่า จนในที่สุดปอเปี๊ยะเห็ดจานที่สองก็ได้เริงร่าอยู่บนลิ้นอีกครั้ง บอกลาความเผ็ดร้อนด้วยความกรุบกรอบและกลมกล่อม


ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย

ตบท้ายมื้อกลางวันด้วยแตงโมฉ่ำน้ำและซอฟต์คุ้กกี้เป็นอภินันทนาการจากทางร้าน ทุกเมนูที่ผ่านลงท้องกำกับการแสดงโดยหนูเตยทั้งสิ้น พวกเราอิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันของวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยเมนูเพื่อสุขภาพในบรรยากาศที่สบายๆเป็นกันเอง หากมีเวลาและต้องการหามุมสบายๆนั่งทางอาหารอย่างไม่เร่งรีบ เราขอแนะนำ "จรรยา" สาวน้อยรักสุขภาพไว้ดูแลมื้ออร่อยของคุณ

ร้านจรรยา
เปิดให้บริการ
อาหารกลางวัน เวลา 11.00-14.00น. (ปิดบริการมื้อกลางวันเฉพาะวันจันทร์)
อาหารเย็น เวลา 16.00-21.30น. (ทุกวัน)

อร่อยหอมหวานกับบานอฟฟี่พายของพี่นิ่ม

7 Sep
เย็นวันนี้มีขนมหวานกลิ่นอายตะวันตกเป็นของฝากจากพี่นิ่มสาวน้อยไฮเปอร์ประจำครอบครัวเรา ที่สลัดคราบนักศึกษาปริญญาโทมาเข้าครัวทำขนมอบ ฝีมือทำขนมอบของพี่นิ่มไม่เป็นสองรองใคร ก็เพราะเลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพ คราวที่แล้วยังติดใจบลูเบรี่ ชีส พายที่หวานมันด้วยฟิลาเดลเฟีย ครีม ชีสจนแอบเอาไปฝัน (อิอิ)

เที่ยวนี้ได้อร่อยกับความนุ่มลิ้นของฟองครีมข้นมันและความหอมกรุ่นของกล้วยกับช็อกโกแลตและความกรุบกรอบของบิสกิตร่วนๆที่เกาะกันด้วยท็อฟฟี่คาราเมลที่หอมหวานและเหนียวหนึบ ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องแคลอรี่ที่บานอฟฟี่พายแอบเอามาฝากถึง 300 กว่าแล้วล่ะก็มีหวังได้ละเลียดเพิ่มอีกสักถ้วยสองถ้วยในมื้อเย็น


Banoffee Pie

ได้ลิ้มรสความหวานมันจากบานอฟฟี่พายจนเกลี้ยงถ้วยแล้ว ก็ต้องแนะนำที่มากันสักหน่อย บานอฟฟี่พาย (Banoffi, Banoffee or Banoffy Pie เขียนได้ทั้ง 3 แบบ) เป็นพายขนมหวานสัญชาติอังกฤษของร้านเดอะ ฮังกรี้ มั้งค์ (The Hungry Monk) ซึ่งมีตัวเอกที่จะขาดไม่ได้ คือ กล้วยหอม นมข้นหวาน วิปครีมและบิสกิต ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 หรือปี พ.ศ.2515 อายุอานามพอๆกับใครบางคนจริงจริ้ง (>_<) ถึงจะแจ้งเกิดมานานแล้วแต่บานอฟฟี่พายก็ยังครองใจผู้ที่โปรดปรานขนมอบมาโดยตลอดเพียงแต่อาจจะมีหน้าตาเปลี่ยนไปตามสไตล์คนทำ แต่รสชาติหวานอร่อยของบานอฟฟี่พายยังไม่เท่าน้ำใจของคนลงมือทำมามอบให้ ขอบคุณมากๆมา ณ ที่นี้สำหรับความนุ่มลิ้นและหอมหวานที่สัมผัสได้ถึงน้ำใจจากพี่นิ่ม

(^___^)

อีกหนึ่งร้านอร่อยบนเกาะลำพู…Crossroads Riverside

22 Nov
สะพานทอดยาวจากฝั่งตัวเมืองสุราษฎร์ธานีนำเราข้ามไปยังเกาะลำพู เกาะกลางแม่น้ำตาปีซึ่งเป็นชุมชนโบราณมีคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยสาย เดิมเกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ได้รับสัมปทานทำประโยชน์ทางธุรกิจ เมื่อหมดอายุสัมปทานแล้ว ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พัฒนาให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชน&#28;

เกาะลำพูเดี๋ยวนี้เหลือต้นลำพูบนเกาะน้อยมาก เพราะมีการดูดทรายรอบๆเกาะขึ้นมาถมบนเกาะทั้งหมด ทรายทำให้รากต้นลำพูร้อน เมื่อรากร้อนต้นลำพูก็ตายเกือบหมด ต้นลำพูเป็นบ้านหลังน้อยของครอบครัวหิ่งห้อย แมลงเรืองแสงตัวเล็กกะจ้อยร่อย หิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งการมาเยือนของฤดูร้อน
ยามเมื่อพระอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าศิลปินหิ่งห้อยนับร้อยนับพันตัวจะเริ่ม
ส่องแสงพร่างพราวรอบต้นลำพู
ในคืนข้างแรมจะเป็นคืนที่มองเห็นแสงเย็นของหิ่งห้อยสุกสกาวเหมือนดวงดาวระยิบระยับอย่างสวยงามที่สุด
น่าเสียดายแทนชาวเกาะลำพูหากไม่ช่วยกันรักษาบ้านหลังน้อยของหิ่งห้อยเอาไว้ ก็เท่ากับว่าเขาพยายามผลักไสธรรมชาติให้ห่างหายไปจากวิถีการดำรงชีวิตโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงเวลาแห่งความสิ้นสูญมนุษย์จึงจะเริ่มโหยหาธรรมชาติกันอีกครา


ร่ายยาวเรื่องราวของเกาะลำพูตั้งแต่อยู่บนฝั่งตัวเมืองสุราษฎร์ฯ พอลงจากสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายไม่ถึงร้อยเมตร เป็นที่ตั้งของร้าน Crossroads Riverside ซึ่งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะเกาะลำพู ตัวร้านตั้งอยู่ริมน้ำสมชื่อ มื้อกลางวันที่แดดค่อนข้างแรงอย่างในวันนี้มีสีเขียวสดใสของสวนสวยและความฉ่ำเย็นของสายน้ำตาปีมาช่วยชะโลมใจให้คลายความร้อนรุ่มลงไปได้มากทีเดียว

เราเลือกจานกลางวันจากเมนูแนะนำของทางร้าน เริ่มรองท้องด้วยกระเพาะปลาน้ำแดงที่หนึบหนับสลับกับความนุ่มลื่นลิ้นของเห็ดหอมดอกโต จากนั้นวิหคคืนรังก็ออกมารับแขกอย่างสมหน้าตา เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำคลุกเคล้าอยู่กับหอมใหญ่ เม็ดบัว เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือเทศและพริกทอดด้วยซอสที่ข้นเหนียวกำลังดี กลิ่นพริกทอดแผ่ซ่านขึ้นจมูกขณะที่เนื้อไก่นุ่มๆโดนเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่กรุบกรอบเบียดเสียดบนปลายลิ้น ไม่นานนักรังนกที่ทำจากเผือกทอดกรอบก็โดนบิเข้าปาก เห็นทีนกน้อยคงหลงทางหารังไม่เจอเสียแล้ว สาวๆแอบติดใจรสหวานๆเค็มๆของเส้นหมี่ทอดกรอบที่รองรังนก เล็มๆลิ้มๆจนไม่เหลือร่องรอย

จานถัดมาเป็นยำรวมมิตร C.R. หรือเรียกง่ายๆว่ายำประจำร้าน(เราเรียกเองนะ) จานนี้ก็ไม่เบา น้ำยำรสชาติจัดจ้านราดอยู่บนผองเพื่อนที่่จูงมือกันมาจากท้องทะเลทั้งปลาหมึก ปลา ปู กุ้งและหอยมานอนเรียงโรยตัวด้วยพริกและกระเทียมสับ ความอร่อยอยู่ที่ความสดของอาหารทะเลที่มีรสหวานธรรมชาติแต่เพิ่มความร้อนแรงและเปรี้ยวลิ้นด้วยน้ำยำ

จานสุดท้ายเป็นปลากระพงทอดตะไคร้ที่ลงกระทะชุบตัวจนกรอบหอมกรุ่นห่มด้วยตะไคร้ซอยเป็นเส้นบางๆทอด จานนี้ช่วยยั้งความเผ็ดร้อนของจานก่อนอร่อยตรงความกรอบของปลากระพงทอดที่ไม่เกรียมจนเกินไป


มาสุราษฎร์ฯหนนี้ได้ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ทั้งได้ดูเยาวชนแข่งขันกีฬาและที่สำคัญได้มิตรภาพจากเพื่อนใหม่ๆอีกมากมาย  นี่กระมังที่เขาเรียกว่า รางวัลชีวิต

แวะเยือน…เรือนน้ำ

20 Nov

สี่ล้ออวบอ้วนพาเราดั้นด้นไปบนเกาะลำพู เลาะเลียบริมน้ำตาปีผ่านถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อเข้าไปเกือบ 2 กิโล จึงมาถึง "เรือนน้ำ" ที่ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ร้านอาหารแห่งนี้บรรยากาศโล่งกว้าง เรามุ่งไปยังโต๊ะหัวมุมริมน้ำตาปีพอดิบพอดีเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็น

อาหารที่นี่รสค่อนข้างเข้ม จานแรกที่ออกมารับแขก คือ กุ้งผัดน้ำมะขามที่โรยหน้าด้วยหอมเจียวกรุบกรอมหอมกรุ่น

ตามมาด้วยไข่เจียวหอยนางรมเหลืองฟูกรอบนอกนุ่มในและหนึบหนับด้วยเนื้อหอยนางรมแน่นๆเต็มคำ

สักพักกลิ่นห่อหมกขนมครกไข่ปูก็ลอยมาเตะจมูกก่อนที่จะถูกนำมาวางตรงหน้า ห่อหมกครกเล็กๆ 7 หลุมอวดสีเหลืองสดซ่อนความจัดจ้านในรสชาติเอาไว้จนถึงเวลาแตะปลายลิ้น

ไม่นานทัพกุ้งแม่น้ำเผาที่ส่วนหัวฉ่ำชุ่มด้วยมันกุ้งก็ยาตราออกมาเผยเนื้อในที่ขาวนุ่มตัดกับสีแดงอมส้มเป็นมันวาวของเปลือกกุ้งที่ถูกผ่าออกให้พร้อมทาน

อาหารมื้อเย็นจบลงตรงขอบฟ้าที่เริ่มมืดมิด แม้ในค่ำคืนที่เรามาเยือนเรือนน้ำจะไม่มีแสงหิ่งห้อยพร่างพราวใต้ต้นลำพูยามราตรี แต่ลำพูริมน้ำค่ำคืนนี้ก็ ยังโยกกิ่งใบไหวไปตามแรงลมราวกับจะโบกมือลาแขกผู้มาเยือนเรือนน้ำท่ามกลางละอองฝนที่โปรยปราย

มื้อค่ำที่ นิภา เฮ้าส์

14 Nov
หลังแข่งสายฝนก็กระหน่ำลงมาอีกครั้งหนึ่ง เป็นเรื่องน่าแปลกที่จู่ๆฝนที่ตกไม่ลืมหูลืมตามาตั้งแต่เช้ากลับหยุดสนิทเมื่อถึงพิธีเปิดสนาม คณะเราเลยต้องฝากท้องไว้ที่นิภา เฮ้าส์ ร้านอาหารในโรงแรมนิภา การ์เด้น อาหารรสชาติอร่อย มื้อนี้แบมสั่งกุ้งอบวุ้นเส้น แบลขออาหารจานเดียวแต่ร่วมแจมจานกลาง หัวหน้าคณะสั่งปลานึ่งซีอิ๊ว พอดีสายตายายหมูอ้วนเหลือบเห็นเมนูนุ่มลิ้นเลยอดไม่ได้ที่จะสั่งขาหมูหมั่นโถว ความอร่อยที่ละลายตรงปลายลิ้น อิอิ